Dripping moon
beauty May 12th, 2008
Dripping sky,
grey landscape,
longing for the moon.
12.5.08
นากิส; อุปสรรคของความช่วยเหลือ และประชาธิปไตย
liberty May 10th, 2008


(ภาพทั้งหมดจากเว็บ http://komyo.burmachannel.com/ )
เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 51 ได้เข้าร่วมประชุมวงเล็กๆอย่างไม่เป็นทางการ ที่มีองค์กรทั้งในประเทศและต่างประเทศที่พยายามจะระดมความช่วยเหลือไปยังประเทศพม่าอันเนื่องมาจากพายุนากิส โดยในวงเป็นการประเมินสถานการณ์จากมุมมองที่หลากหลาย และมีประเด็นที่ผมรู้สึกสำคัญคือ
การช่วยเหลือแทบไม่สามารถทำได้อย่างทันท่วงที แม้จะมีทรัพยากรมากเพียงใด เพราะรัฐบาลทหารพม่าไม่ยอมให้ต่างชาติเข้าไปช่วย เนื่องจากกลัวผลกระทบทางการเมือง แต่แน่นอนว่าการที่รัฐบาลไม่สามารถให้ความช่วยเหลือประชาชน แถมยังไม่ยอมให้คนอื่นเข้ามาช่วยนั้น ย่อมเกิดผลกระทบที่รุนแรงต่อการเมืองของพม่าในระยะกลางถึงยาว เมื่อมีผู้เสียชีวิตเป็นแสนและรัฐบาลมีส่วนรับผิดชอบ มีผู้กล่าวไว้ว่ารัฐบาลเผด็จการไม่สามารถรับมือกับวิกฤตการณ์ที่มีความซับซ้อนสูงได้ จุดนี้อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนไปสู่ประชาธิปไตยในพม่าก็ได้

การช่วยเหลือแบบเป็นทางการที่ส่งผ่านไปยังรัฐบาลทหารนั้น แทบไม่มีโอกาสไปถึงประชาชนผู้ประสบภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อะไรดีๆก็จะมีโอกาสโดนทหารยึดไว้เองแทบทั้งหมด ซึ่งคนไทยที่พยายามช่วยกันบริจาคผ่านกลไกที่เชื่อมต่อกับรัฐบาลต่อรัฐบาล เช่นสภากาชาด ฯลฯ นั้นก็จะมีความเสี่ยงที่ของหรือเงินไม่ถึงกลุ่มเป้าหมายอยู่มากทีเดียว นอกจากนั้นยังเป็นการทำให้รัฐบาลทหารเสมือนหนึ่งว่าเป็นผู้ช่วยเหลือประชาชนเอง ทั้งๆที่นำความช่วยเหลือนั้นมาจากคนอื่น และผูกขาดช่องทางการช่วยเหลือ ซึ่งอาจจะกลายเป็นบุญเป็นคุณกันในอนาคต จนบิดเบือนความจริงไปได้ (พฤติกรรมนี้ชนชั้นปกครองทุกที่เป็นหมด โดยเฉพาะพวกเหนือมนุษย์)

ช่องทางที่น่าจะมีประสิทธิภาพกว่า ในการส่งความช่วยเหลือต่างๆก็คือการส่งผ่านองค์กร และเครือข่ายที่มีความน่าเชื่อถือและมีหน้างานอยู่ในพม่าอยู่แล้ว ซึ่งนอกจากองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ก็ยังมีเครือข่ายนักศึกษา เครือข่ายพระ และเครือข่ายหมออยู่จำนวนไม่น้อย สำคัญคือต้องสร้างความเชื่อมโยงให้ผู้สนใจอยากช่วยเหลือพม่า ได้รู้จักช่องทางเหล่านี้มากขึ้น
View Larger Map
การจัดการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับความช่วยเหลือที่ลงไปในพื้นที่ โดยเฉพาะข้อมูลที่ทำให้ฝ่ายสนับสนุนสามารถรับรู้ได้ว่าตอนนี้ที่หน้างานมีปัญหาอะไร มีคนทำงานอยู่มากน้อยเท่าไหร่ ทำอะไรบ้าง อยู่ในพื้นที่ใดบ้าง-กระจายตัวอย่างไร และต้องการความช่วยเหลืออะไร หากไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลแล้วก็จะคล้ายๆกรณีซึนามิที่การช่วยเหลือลงมามหาศาลแต่ก็ค่อนข้างขาดโอกาสที่จะเชื่อมโยงและติดตาม ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าการจัดการข้อมูลแบบเปิดไม่รวมศุนย์ ผ่านเว็บไซต์และเครื่องมืออนไลน์เช่น google map & google earth ก็น่าจะช่วยได้บ้าง จากที่ดูๆความเคลื่อนไหวของ google เบื้องต้น ก็เห็นว่าทางนั้นก็กำลังมีการขับเคลื่อนกำลังและความช่วยเหลือทั้งในด้านเทคนิคและการบริจาคในกรณีดังกล่าวเช่นกัน น่าจะเชื่อมโยงกับข้อมูลความช่วยเหลือที่จะออกจากฝ่ายไทยได้
การก้าวพ้น propaganda ทางประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทยพม่า
สุดท้ายก็คือหลายๆคนประเมินไว้ว่าสุดท้ายคนไทยเองก็อาจจะไม่สามารถทำอะไรได้มาก เพราะเหตุปัจจัยหลายๆอย่าง นั้นจำกัดความสามารถในการช่วยเหลือของเรา แต่ที่สำคัญก็คือการที่จะใช้เหตุการณ์นี้เป็นโอกาสที่จะสร้างความเห็นอก เห็นใจ และเข้าใจความสัมพันธ์ของไทยและพม่าที่มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น เป็นโอกาสดีที่จะปอกเปลือกประวัติศาสตร์ที่บิดเบือนความจริงระหว่างสองชาตินี้ ซึ่งฝังอยู่ในหัวคนไทยตั้งแต่สมัยชาตินิยมสุดขั้ว แล้วทำให้คนไทยเห็นพม่าเป็นเพื่อนบ้าน และปฏิบัติต่อพวกเขาโดยเครพสิทธิมนุษยชนของพวกเขา โดยเฉพาะในการอยู่ร่วมกันแรงงานพม่านับล้านในประเทศไทย ซึ่งหากขาดไปแล้วเศรษฐกิจไทยเองก็ย่อมจะมีปัญหา เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆที่ต้องพึ่งแรงงานต่างชาติอยู่บ้าง
การเห็นว่าคนกลุ่มน้อยในไทยนี้ที่แม้ว่าจะถูกสิ่งที่ถูกเรียกว่าประวัติศาสตร์ทำให้คนไทยมองเป็นศัตรูนั้นแท้จริงก็เป็นมนุษย์ ซึ่งในประวัติศาสตร์ก็ย่อมต้องถูกบังคับและล้างสมองโดยชนชั้นปกครอง เหตุการณ์ผ่านมาหลายร้อยปีแล้ว เราต้องช่วยกันปกป้องสิทธิของพวกเขา ไม่หลงงมงายกับประวัติศาสตร์ที่ถูกสร้างเสริมเติมแต่งขึ้นเพราะความจำเป็นในยุคก่อนๆ และทำให้สุวรรณภูมิกลายเป็นดินแดนที่เป็นแผ่นดินทองขึ้นมาอีกหน่อย
หากเราสามารถมองคนอื่นโดยตั้งอยู่บนความเป็นจริงได้แล้ว ก็อาจจะมีโอกาสที่คนไทยจะมองประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการของประชาชนสยามที่ตั้งอยู่บนความจริง ข้อมูลจริงมากขึ้น ไม่มากก็น้อย… และสิ่งนี้อาจจะทำให้คนไทยตาสว่างมากขึ้น อาจจะช่วยให้อนาคตของประชาชนไทยผ่านพ้นวิกฤตทางการเมืองที่กำลังเผชิญอยู่นี้ไปได้ดีขึ้้น และเห็นคุณค่าของสิทธิมนุษยชนของเพื่อนร่วมชาติต่างชนชั้นกันมากขึ้น
อีกอย่างพายุลูกนี้เดิมจะเข้าบังคลาเทศ แต่ภายในเวลาสั้นๆก็ U-Turn มาชนพม่า เมืองไทยก็อาจจะเป็นรายต่อไปได้ในอนาคตอันใกล้….
Bangkok’s young social entrepreneurs JAM!
innovation, social enterprise May 7th, 2008
หากใครอยากเห็นองค์กรนวัตกรรมแบบใหม่ๆ ที่ก้าวพ้นขั้วตรงข้ามแห่งธุรกิจและNGOไปได้นั้น มีเรื่องน่าสนใจดังนี้ครับ
เมื่อไม่นานมานี้ มีการจัดงานซึ่งนำผู้ประกอบการเพื่อสังคมรุ่นใหม่ (young social entrepreneurs) ของไทยที่ TRN Institute พยายามสนับสนุนอยูู่
(โดยเฉพาะในวงด้าน Internet-based social enterprises ตั้งแต่กลุ่มทำเว็บให้องค์กรด้านสังคม ทำ podcast ในประเด็นด้านสังคม ทำ e-commerce ให้ชาวบ้าน ฯลฯ)
พวกผู้ประกอบการรุ่นใหม่ดังกล่าวนี้ได้จัดกิจกรรม Mini-boot camp ร่วมกับนักศึกษาจากสถาบัน KaosPilot ซึ่งคล้ายๆเป็น MBA ของคนที่ต้องการจะตั้งธุรกิจใหม่ๆที่เป็นนวัตกรรมทางสังคมจากยุโรป นอกจากนั้นก็ยังมีขาแจมอีกมาก เช่น bact’ และนักทำหนังสั้นจากอังกฤษ ฯลฯ
งานที่ว่าจัดขึ้นโดย TRN Institute ที่ The World Bank Bangkok โดยความร่วมมืออย่างดีของ the world bank youth club
งานนี้ทำให้คนที่อยากสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคมแต่ต้องอยู่ได้อย่างยั่งยืนได้โดยการสร้างรายได้นั้นได้เจอกัน ได้แลกเปลี่ยนไอเดียบรรเจิดมากมาย และได้แลกเปลี่ยนความคิดที่แตกต่างข้ามโลก (East meets West) กันเลยทีเดียว
ติดตามรายระเอียดของงาน และ video clip ที่ตัดโดย Thoth media (duocore.tv) ได้ที่ (เป็นภาษาอังกฤษครับ แต่เน้นภาพ)
http://changehack.com/?p=7
คิดว่าน่าจะมีโอกาสจัดอะไรคล้ายๆอย่างงี้อีกในอนาคต ใครสนใจก็ mail มาบอกแล้วกันครับ
Creative artist รุ่นใหม่เพื่อสังคม ทำอย่างไรให้อยู่ได้?
Free media, innovation, social enterprise April 29th, 2008

สิ่งที่เมืองไทยไม่เคยขาดคือคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเรื่องศิลปะ การเขียน การสื่อสาร การทำหนังสั้น การทำกราฟิิค การเต้นร่วมสมัย และคนในกลุ่มนี้จำนวนหนึ่งก็มักจะมีความสนใจประเด็นทางสังคมอย่างมาก ปัญหาก็คือคนกลุ่มนี้มักจะสามารถทำอะไรให้สังคมได้อยู่พักสั้นๆ เช่น ทำเคมเปญในประเด็นเช่นโลกร้อน ซึ่งอาจจะน่าสนใจ และสำเร็จมาก แต่สุดท้ายพวกเขาก็จะไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างยั่งยืนได้ และต้องแยกย้ายกันไปทำสิ่งอื่นๆเพื่อความอยู่รอด
ผมเชื่อว่าหนึ่งในทางออกของประเด็นนี้ก็คือสิ่งที่เรียกว่าการประกอบการเพื่อสังคม (social enterprising) คือการตั้งองค์กรไม่ว่าจะเป็นธุรกิจหรือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรก็ตาม แต่จะมีภารกิจหลักในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาโอกาสเพื่อสังคม แต่จะเน้นว่าจะต้องสร้างรายได้เองทางใดทางหนึ่ง ไม่ใช่หวังทุนให้เปล่าแต่อย่างเดียว
ตัวอย่างที่น่าสนใจของกิจการเพื่อสังคมของ creative artist รุ่นใหม่ก็คือองค์กรที่เรียกว่า Idea!s Creative ที่ฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ 5 คนที่ทำงาน ad agency ได้ประมาณสองปีแล้วลาออกมาร่วมกันตั้งองค์กรที่ทำหน้าที่ออกแบบและจัดการการสื่อสาร (design & communication management) ให้กับองค์กรด้านสังคม พวกเขาเชื่อว่างานด้านสังคมยังขาดการนำเสนออย่างน่าสนใจ ขาดความแปลกใหม่ ทำให้ประเด็นสำคัญๆในสังคมที่องค์กรสาธารณะประโยชน์ต่างๆทำอาจจะไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร
Idea!s Creative มีลูกค้าตั้งแต่ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) และแผนก CSR (งานด้านความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคม) ของบริษัทใหญ่ๆซึ่งสามารถจ่ายได้มากไปจนถึงกลุ่ม NGO เล็กๆที่อาจจะไม่มีเงินจ้างพวกเขาแต่มีประเด็นทางสังคมที่น่าสนใจ พวกเขาทำตั้งแต่เว็บไซต์ หนังสือ แผ่นพับ ไปจนถึงวิดีโออนิเมชั่นให้กับลูกค้า และได้รับความนิยมมาก ภายในปีแรกพวกเขาสามารถทำรายได้รวมเกือบหนึ่งล้านบาท ซึ่งทำให้พวกเขาเริ่มที่จะอยู่ได้อย่างยั่งยืนและกำลังขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง
ในประเทศไทยเองก็เริ่มมีองค์กรคนรุ่นใหม่อายุยังเลขสองอยู่ เช่น Thoth Media ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายการ Duocore.tv ซึ่งเป็นทีวีออนไลน์แบบกวนๆแนวๆในโลกของไอที แต่พวกเขาไม่ได้ทำแค่นั้น แต่ยังนำความสามารถกวนๆอย่างมีสาระของพวกเขานั้นไปสร้างคลิปรณรงค์ (viral clips) ให้กับหน่วยงานด้านสังคมต่างๆ

โดยมีเป้าหมายที่จะสื่อสารประเด็นที่สำคัญแต่เข้าใจยาก ให้กลายเป็นคลิปวิดีโอที่เข้าใจง่ายๆ น่าสนใจ ขำๆกวนๆ พวกเขาได้ทำคลิปรณรงค์ทั้งเรื่องเกี่ยวกับ safe sex ไปจนถึงการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง หรือสหประชาชาติ ซึ่งคลิปเหล่านี้มีคนมาดูนับแสนครั้ง ทำให้พวกเขาสามารถหารายได้ในระดับหนึ่ง และยังสามารถไปทำอะไรที่พวกเขาและเพื่อนๆสนใจ เช่นในช่วงเลือกตั้ง ส.ว. พวกเขาได้เป็นอาสาสมัครทำเว็บ fanrosana.com ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครรายหนึ่งที่พวกเขาชื่นชอบ ในรูปแบบที่เน้นคลิปสั้นๆ กระชับ น่าสนใจ ซึ่งย่อมจะเป็นก้าวเล็กๆของสื่อทางเลือกอิสระที่จะค่อยๆมีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงสังคมไทย
ตัวอย่างเพิ่มเติมงาน thoth media
http://www.youtube.com/watch?v=OIBRv7GLNAM
http://www.youtube.com/watch?v=XlxyJ9nndYc
รูปแบบการประกอบกิจการเพื่อสังคมของคนที่มีความสามารถทางศิลป์อันหลากหลายและสนใจประเด็นทางสังคมนี้ จะเป็นทางออกที่ยั่งยืนทางหนึ่งทั้งสำคัญอาชีพการงานของพวกเขา และอาจเป็นทางออกของประเทศซึ่งถูกสื่อกระแสหลักครอบงำและเต็มไปด้วยความคับแคบทางความคิดนี้ไปพร้อมๆกันอีกด้วย
About