Creative artist รุ่นใหม่เพื่อสังคม ทำอย่างไรให้อยู่ได้?

April 29th, 2008 § 34 comments § permalink

สิ่งที่เมืองไทยไม่เคยขาดคือคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเรื่องศิลปะ การเขียน การสื่อสาร การทำหนังสั้น การทำกราฟิิค การเต้นร่วมสมัย และคนในกลุ่มนี้จำนวนหนึ่งก็มักจะมีความสนใจประเด็นทางสังคมอย่างมาก ปัญหาก็คือคนกลุ่มนี้มักจะสามารถทำอะไรให้สังคมได้อยู่พักสั้นๆ เช่น ทำเคมเปญในประเด็นเช่นโลกร้อน ซึ่งอาจจะน่าสนใจ และสำเร็จมาก แต่สุดท้ายพวกเขาก็จะไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างยั่งยืนได้ และต้องแยกย้ายกันไปทำสิ่งอื่นๆเพื่อความอยู่รอด

ผมเชื่อว่าหนึ่งในทางออกของประเด็นนี้ก็คือสิ่งที่เรียกว่าการประกอบการเพื่อสังคม (social enterprising) คือการตั้งองค์กรไม่ว่าจะเป็นธุรกิจหรือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรก็ตาม แต่จะมีภารกิจหลักในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาโอกาสเพื่อสังคม แต่จะเน้นว่าจะต้องสร้างรายได้เองทางใดทางหนึ่ง ไม่ใช่หวังทุนให้เปล่าแต่อย่างเดียว

ตัวอย่างที่น่าสนใจของกิจการเพื่อสังคมของ creative artist รุ่นใหม่ก็คือองค์กรที่เรียกว่า Idea!s Creative ที่ฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ 5 คนที่ทำงาน ad agency ได้ประมาณสองปีแล้วลาออกมาร่วมกันตั้งองค์กรที่ทำหน้าที่ออกแบบและจัดการการสื่อสาร (design & communication management) ให้กับองค์กรด้านสังคม พวกเขาเชื่อว่างานด้านสังคมยังขาดการนำเสนออย่างน่าสนใจ ขาดความแปลกใหม่ ทำให้ประเด็นสำคัญๆในสังคมที่องค์กรสาธารณะประโยชน์ต่างๆทำอาจจะไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร

Idea!s Creative มีลูกค้าตั้งแต่ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) และแผนก CSR (งานด้านความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคม) ของบริษัทใหญ่ๆซึ่งสามารถจ่ายได้มากไปจนถึงกลุ่ม NGO เล็กๆที่อาจจะไม่มีเงินจ้างพวกเขาแต่มีประเด็นทางสังคมที่น่าสนใจ พวกเขาทำตั้งแต่เว็บไซต์ หนังสือ แผ่นพับ ไปจนถึงวิดีโออนิเมชั่นให้กับลูกค้า และได้รับความนิยมมาก ภายในปีแรกพวกเขาสามารถทำรายได้รวมเกือบหนึ่งล้านบาท ซึ่งทำให้พวกเขาเริ่มที่จะอยู่ได้อย่างยั่งยืนและกำลังขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง

ในประเทศไทยเองก็เริ่มมีองค์กรคนรุ่นใหม่อายุยังเลขสองอยู่ เช่น Thoth Media ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายการ Duocore.tv ซึ่งเป็นทีวีออนไลน์แบบกวนๆแนวๆในโลกของไอที แต่พวกเขาไม่ได้ทำแค่นั้น แต่ยังนำความสามารถกวนๆอย่างมีสาระของพวกเขานั้นไปสร้างคลิปรณรงค์ (viral clips) ให้กับหน่วยงานด้านสังคมต่างๆ

picture-1.png

โดยมีเป้าหมายที่จะสื่อสารประเด็นที่สำคัญแต่เข้าใจยาก ให้กลายเป็นคลิปวิดีโอที่เข้าใจง่ายๆ น่าสนใจ ขำๆกวนๆ พวกเขาได้ทำคลิปรณรงค์ทั้งเรื่องเกี่ยวกับ safe sex ไปจนถึงการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง หรือสหประชาชาติ ซึ่งคลิปเหล่านี้มีคนมาดูนับแสนครั้ง ทำให้พวกเขาสามารถหารายได้ในระดับหนึ่ง และยังสามารถไปทำอะไรที่พวกเขาและเพื่อนๆสนใจ เช่นในช่วงเลือกตั้ง ส.ว. พวกเขาได้เป็นอาสาสมัครทำเว็บ fanrosana.com ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครรายหนึ่งที่พวกเขาชื่นชอบ ในรูปแบบที่เน้นคลิปสั้นๆ กระชับ น่าสนใจ ซึ่งย่อมจะเป็นก้าวเล็กๆของสื่อทางเลือกอิสระที่จะค่อยๆมีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงสังคมไทย

ตัวอย่างเพิ่มเติมงาน thoth media

http://www.youtube.com/watch?v=OIBRv7GLNAM

http://www.youtube.com/watch?v=XlxyJ9nndYc

รูปแบบการประกอบกิจการเพื่อสังคมของคนที่มีความสามารถทางศิลป์อันหลากหลายและสนใจประเด็นทางสังคมนี้ จะเป็นทางออกที่ยั่งยืนทางหนึ่งทั้งสำคัญอาชีพการงานของพวกเขา และอาจเป็นทางออกของประเทศซึ่งถูกสื่อกระแสหลักครอบงำและเต็มไปด้วยความคับแคบทางความคิดนี้ไปพร้อมๆกันอีกด้วย

แนะแนวสุดเยี่ยม

April 27th, 2008 § 28 comments § permalink

Daniel Pink คนเขียน The Whole New Mind ออกหนังสือใหม่เกี่ยวกับการแนะแนวเด็กและผู้ใหญ่เกี่ยวกับหน้าที่การงานแบบแปลกๆดี น่าคิดสุดๆ เลยเอา slide ที่เพื่อนเขาซึ่งเป็นสุดยอดปรมาจารย์ present ทำมาฝากครับ

Bruch’s Violin Concerto No.1

April 21st, 2008 § 35 comments § permalink

สำหรับคนที่ชอบเพลงที่ให้อารมณ์ของออเคสตร้า ที่เต็มไปด้วยพลังที่เคลื่อนไหว ความดิบที่ร้อยเรียงไว้ในความสวยงามคล้าย Beethoven แต่ต้องการเสียงเครื่องดนตรีหลักที่เด่นละเอียด และผาดโผนพาขึ้นสวรรค์ลงนรกได้เช่น Liszt แล้วนั้น

Violin Concerto No. 1 in G minor ของ Max Bruch ซึ่งแต่งไว้ในปี 1866 นั้นย่อมทำให้คุณชอบได้อย่างแน่นอน

ผมเองรู้สึกประทับใจมากๆกับ concerto นี้ เป็นอะไรที่ตื่นเต้นขนลุกเวลาฟังที่สุดในรอบสองเดือนที่ผ่านมา  แถมยังมีการเล่น Bass ในบางช่วงคล้ายเพลงสมัยใหม่มาก ออกจะเป็น Jazz ด้วยซ้ำโดยเฉพาะในช่วงกลางๆค่อนไปทางปลายของ movement ที่ 1 เป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก

ผมฟังของ Kyung Wha Chung ซึ่งเธอเล่นได้อย่างสวยงาม รุนแรง เล่น violin แบบกัดๆคล้ายกับเล่นกีตาร์ไฟฟ้าในวงร็อกอารมณ์ X-Japan นะครับ ใครชอบหวานกว่านี้เห็นว่า Joshua Bell ก็เคยเล่นไว้เหมือนกัน ลองไปฟังดูครับ

foosci.com: เว็บ social network ต้านมาลาเรีย

April 21st, 2008 § 31 comments § permalink

ไปอ่านเว็บรวมข่าวและเนื้อหาด้านวิทยาศาสตร์ของไทย foosci.com เจอบทความสุดยอดครับ อยากให้ web master ไทยคิดอย่างงี้บ้าง และรู้สึกดีที่มีคนไทยอย่าง foosci ที่อุตส่าห์แปลบทความอย่างงี้ให้บนเว็บครับ

เจ้าของ soccer.net คนแรกที่ขายเว็บนี้ให้กับ ESPN ไปในราคา 40 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อตอนอายุ 17 ปีได้เปลี่ยนความสนใจของตัวเองมาสร้างเว็บ social network เพื่อต่อสู้กับมาลาเลียในอาฟริกาซึ่งสามารถนำไปสู่การลงทุนตรงกับนักวิจัยใน Africa ได้

อ่านต่อ http://foosci.com/node/61

6 บทเรียนจาก Mozilla ผู้พัฒนา Firefox!

April 20th, 2008 § 32 comments § permalink

Mozilla เป็นองค์กรที่เป็นผู้พัฒนา Firefox ซึ่งมีผู้โหลดไปใช้กว่า 500 ล้านครั้ง มีส่วนแบ่งตลาด Browser อยู่สิบกว่าเปอร์เซ็นต์และเกิดจากการทำตลาดของกลุ่มผู้ใช้เองเป็นหลัก ผมเชื่อว่า Firefox ดีกว่า Internet Explorer ของ Microsoft หลายเท่า แต่ firefox เป็น Open Source ซึ่งมี code ที่เปิดและทุกๆคนสามารถเข้ามาร่วมพัฒนาได้ เป็นสิ่งแรกที่ทำลายการผูกขาดของ Microsoft ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่มหัศจรรย์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเป้าหมายขององค์กรที่ต้องการจะพลักดันให้อินเทอร์เน็ตเป็นพื้นที่เปิดและเสรี

Mitchell Baker ประธาน Mozilla ได้ไปพูดไว้ที่ Stanford Technology Ventures Program เกี่ยวกับประวัติของ Mozilla project ตั้งแต่สมัยยังอยู่กับ Netscape ไป AOL จนมาถึงปัจจุบัน และได้สรุปบทเรียนสำคัญๆไว้อย่างน่าสนใจ ผมเลยถือโอกาสสรุป (อีกแล้ว) มาตามด้านล่างครับ อาจจะไม่ครบทั้งหมด แต่ก็คงพอใช้ได้ :) (ไม่ใช่รูปคนข้างๆนี้นะครับ รูปข้างๆเป็นผู้ใช้ที่ร่วม campaign spreadfirefox แหะ แหะ)

Download podcast ได้ที่ http://edcorner.stanford.edu/authorMaterialInfo.html?mid=1683

1. Open source project จะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อมีกลุ่มคนที่เกาะติดอย่างต่อเนื่องยาวนาน

เธอบอกว่าเบื้องหลังโครงการ open source ใดๆจะต้องมีคนที่เกาะติดยาวนานเสมอ คนพวกนี้อาจจะเปลี่ยนงานประจำไปเป็นสิบครั้ง แต่ก็ยังร่วมพัฒนา open source project นั้นๆอยู่ คือมีความตั้งใจและติดตามอย่่างต่อเนื่อง การจัดการความสัมพันธ์ของคนในโครงการที่ีมาจากทั่วสารทิศในโลกออนไลน์นั้นจึงสำคัญมากๆว่าทำอย่างไรจึงจะเกิดคนกลุ่มดังกล่่าวขึ้น

2. สร้างให้ผู้ใช้ที่เป็นคนธรรมดาใช้ได้อย่างง่ายได้ประโยชน์ ไม่ใช่สร้างให้ geek ใช้

เธอบอกว่าตอนแรกมีปัญหาว่าสร้างอะไรขึ้นมาก็จะเน้นตามโลกของ geek / engineer / programmer ไปหมด ซึ่งก็ย่อมไม่ “โดน” สำหรับคนทั่วไป แม้แต่หน้าแรกของ firefox เองเดิมก็ออกแนว geek แต่สุดท้ายก็ต้องปรับให้มันง่ายที่สุด ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ที่สุด ต้องไม่ลืมข้อนี้เด็ดขาด

3. ไม่ปฏิเสธการหารายได้

หลายๆคนเข้าใจผิดว่า open source ต้องแปลว่าทำเงินไม่ได้โดยเด็ดขาด แต่จริงๆแล้วหากคุณทำโครงการ open source อย่างจริงจัง เป็นองค์กรขึ้นมาก็ย่อมต้องมีค่าใช้จ่าย จึงจำเป็นต้้องหารายได้ให้ได้ทางใดทางหนึ่ง ซึ่ง mozilla เองก็ได้ผ่าน Firefox (AdSense) แต่ต้องไม่ใช่เป้าหมายหลัก เพราะหากสามารถสร้างสิ่งที่เยี่ยมที่สุดสำหรับผู้ใช้ได้ การสร้างรายได้ก็ย่อมจะทำได้ไม่ยาก
4. เลือกวิธีหารายได้ที่ไม่ทำให้ผู้ใช้หนีไป

สำคัญก็คือต้องไม่สร้างรายได้ด้วยอะไรที่จะทำให้ผู้ใช้เบื่อ รำคาญ หรือเป็นการไม่เหมาะสม เช่นการขายพื้นที่จุดนั้นจุดนี้ หรือขาย bookmark บน firefox ซึ่งย่อมขายง่าย ได้เงินเยอะ แต่อาจจะนำไปสู่ความรู้สึกที่ไม่พอใจของผู้ใช้ได้ในที่สุด

5. ให้สิทธิในการตัดสินใจกับกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาจากภายนอก (Delegate authorities) แล้วพวกเขาจะลงทุนด้วยเวลาและกำลังอย่างเต็มที่

หากต้องการการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่จากคนภายนอก จะต้องให้สิทธิในการตัดสินใจในประเด็นต่างๆกับผู้นำของชุมชนนั้นๆเป็นส่วนๆ (modular authorities) ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่เช่นนั้นก็ย่อมไม่มีใครรู้สึกว่าอยากจะทุ่มเทกับโครงการ

6. ทำการตลาดด้วยหลักการ open source

หลักการเดียวของการพัฒนา software แบบ open source ก็เอามาใช้กับการทำการตลาดได้ ก็คือชักชวนขยายชุมชนที่อยากจะมาร่วมกันทำตลาดให้โครงการ โดยมีการให้สิทธิในการตัดสินใจ สิทธิในการพูด และเครื่องมือ เอกสาร พื้นฐานที่จำเป็น เช่น campaign บนอินเทอร์เน็ตอย่าง spreadfirefox.com ซึ่งผู้ใช้สร้างเครื่องมือพื้นฐานและพื้นที่ซึ่งให้ผู้ใช้คนอื่นๆสามารถไปชักชวนคนอื่นมาใช้ firefox กันได้อย่างเป็นระบบและขยายตัวเสมือนเป็นไวรัส

และ ในกรณีโฆษณา Firefox ใน New York Times ที่มีผู้ใช้หลายพันคนมาช่วยกันลงแขกซื้อ Ad แล้วก็มีรายชื่อพวกเขาอยู่ใน Ad เลย