ปัญหาใหญ่ของผมตอนนี้คือเรื่อง Scope Creep หรือการที่กรอบภาระงานที่ตกลงไว้เดิมกับองค์กรสนับสนุน/ลูกค้านั้นขยายขึ้นเรื่อยๆไม่สิ้นสุด แม้จะวางกรอบงานหรือความคาดหวังไว้ชัดเจนแต่แรกเพียงไรก็ตาม ซึ่งทำให้มีปัญหากับงานชิ้นอื่นๆและการจัดการทรัพยากรบุคคลในแต่ละงานมาก วันก่อนไ้ด้ไปคุยกับพี่คนหนึ่งซึ่งเป็น consultant มาเป็นสิบปีใน Chicago ก็เลยได้ข้อแนะนำว่า
1. ถ้าไม่ไหว ลูกค้าห่วย ก็อย่าไปทำ เพราะแปลว่าเขาไม่เห็นคุณค่าของเรา ปัญหาจะขยายขึ้นเรื่อยๆ จะโดนเอาเปรียบมากขึ้นเรื่อยๆ
2. ให้ลูกค้าทำเอง โดยช่วยวิเคราะห์ ช่วยกำกับดูแลให้ แต่ไม่ทำให้ ทำให้ลูกค้าเห็นว่างานมันเพิ่มขึ้นจริงๆและไม่ได้ทำง่ายขนาดนั้น ซึ่งอาจจะทำให้ลูกค้ายกเลิกความต้องการที่ไม่จำเป็น หรืออาจจะเพิ่มงบที่ต้องใช้จริงให้
3. หากคิดว่ามันจำเป็นต้องทำ และน่าจะทำงานกับลูกค้านั้นๆได้ยาวในอนาคต ก็ต้องทำแต่ควรจะบอกลูกค้าให้ชัดเจนว่ากรอบมันขยายขึ้นอย่างไร ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจะทำให้ฟรี หรือขอให้ลูกค้าเพิ่มงบก็เป็นอีกเรื่อง
เยี่ยมเลย



(รูปประกอบ โลกใหม่ของนักดนตรีคลาสสิกชื่อก้องโลก Mutter, Grimaud, Hahn)
ช่วงนี้ค้นพบว่า….
1. แผ่นเพลงเต็มบ้าน ไม่มีที่เก็บ เศร้าชีวิต
2. ร้านขายแผ่นคลาสสิกที่เราชื่นชอบ ถ้าไม่ปิดก็เหมือนจะลดจำนวนแผ่นลง ที่ยังมีอยู่เยอะหน่อยก็คือ Grammophone Paragon และ Conductor Fortune Town ขนาดร้าน Tower Records ที่ Twin-tower ที่มาเลย์ก็ยังปิด เหลือแค่ที่สิงค์โปร์ที่ใกล้ๆแถวนี้
เลยตั้งใจว่าจะเริ่มซื้อเพลงออนไลน์บ้าง แต่
1. iTune Store ไม่ขายเพลงให้คนไทย
2. Amazon MPG3 Store ก็ไม่ขายนอกอเมริกา
3. ร้านออนไลน์เพลงคลาสสิกดังๆไม่ค่อยขายนอกอเมริกาหรือยุโรป
แต่แล้ว…. ในที่สุดก็มาเจอ
“Deutsche Grammophon Online” ที่ http://www.deutschegrammophon.com/
เจ้าของแผ่นยี่ห้อเดียวกันซึ่งเป็นผู้นำตลาดเพลงคลาสสิกรายหนึ่ง ปรากฏว่าเขาอนุญาตให้คนในประเทศแถวนี้ซื้ออนไลน์ได้ ไม่มี DRM ด้วย (คือก็อปใช้ได้ตามสบาย) ตอนแรกมีปัญหา register ใช้ทั้ง Firefox, flock และ Sarafi ไม่ได้ เลยโหลด Opear มา ปรากฏใช้ได้ เข้าใจว่าคงเป็นที่เครื่องผม
อย่างไรก็ตาม ได้ทดสอบซื้อเพลงดังต่อไปนี้
Bach: Fugues โดย Emerson Quartet ทั้งอัลบั้ม
Anna-sophia Mutter เล่น Korngold Violin Concerto ซึ่ง Conduct โดย Andre Previn ที่ไม่เคยทำให้ผมผิดหวัง อันนี้เลือกเฉพาะ Korngold เพราะในแผ่นจริงๆมีไชคอฟสกี้ด้วย แต่ฟังบ่อยแล้ว เลยเลือก korngold อย่างเดียว เยี่ยมมาก คุ้มจริงๆ
ค่าเสียหายน้อยกว่าค่าแผ่นที่เมืองไทยอีกแหะ
ปัญหาต่อมาก็คือที่บ้านโหลดช้าตามสไตล์เน็ตไทย แต่ก็สำเร็จ เพลงที่โหลดจะบีบอัดที่ 320 kbps เพลงหนึ่งก็ซัก 17 - 20 MB ได้ รวมๆกันก็เป็นร้อยๆ MB อยู่

เมื่อโหลดเสร็จ ก็โหลดเข้า iPhone แล้วจิ้มเข้ากับลำโพง ปรากฏว่าเสียงสุดยอดมากๆ Korngold Violin Concerto นั้นช่างสวยงาม ทั้ง harmony และ melody แต่ก็เป็น 20th century พอสมควร เพราะที่สุดในรอบเดือนที่ฟังมาเลย สมแล้วก็ที่เป็นหนึ่งในผู้สร้างโลกแห่ง Soundtrack ประกอบภาพยนต์ hollywood ยุคแรกๆ
สรุปว่าวันนี้เป็นวันแรกที่ได้ลิ้มรสของโลกดิจิตอลออนไลน์ของเพลงคลาสสิก ไม่เลวๆ

หลายคนเมื่อได้ยินคำว่า “รักการอ่าน” ก็อาจจะส่ายหัว เบื่อหน่าย แล้วรู้สึกไปว่าเป็นพวกรณรงค์ให้เด็กๆมารักการอ่านแนวกระทรวงฯซึ่งมักไม่ค่อยได้ผลอะไรเท่าใด พวกคนเล่นเว็บหลายๆคนอาจจะรู้สึกต่อต้านด้วยซ้ำเพราะผู้จัดงานและนักวิชาการเกี่ยวกับ “รักการอ่าน” นั้นชอบกล่าวหาว่าอินเทอร์เน็ตทำให้สมาชิกสั้น ทำให้เด็กอ่านหนังสือหนังสือน้อยลง ทำให้ขาดความลึกซึ้งของการอ่านแบบดั้งเดิม
แล้วทางออกที่จะทำให้คนรุ่นใหม่ลุกขึ้นมา “อ่านๆๆๆ” นั้นจะอยู่ที่ไหน คำถามนี้ดูจะไร้คำตอบ และหายไปในสายลมแห่งเทคโนโลยี

แต่เมื่อวันที่ 29 พศจิกายนที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์ใหม่ของคนรักการอ่าน เมื่อบรรดาผู้ที่ชื่นชอบการอ่านในโลกออนไลน์ได้รวมตัวกันจัดกิจกรรม “ReadCamp ทุกอย่าง อ่านได้” ขึ้นที่หอศิลป์กรุงเทพฯ ในงานมีบรรยากาศที่แปลกใหม่พอควรสำหรับวงการนักอ่าน เพราะไม่ได้มีการกำหนดเนื้อหาหรือกำหนดการมาก่อน ใครอยากมา “อ่าน” อะไรก็เอาหัวข้อที่ตัวเองอยากอ่านให้คนอื่นฟังไปแปะไว้ที่กระจก แล้วคนมางานคนอื่นๆก็เอาสติกเกอร์กลมๆเล็กๆไปแปะไว้ข้างๆหัวข้อนั้นถือเป็นการโหวต หัวข้อไหนมีคนโหวตมากก็จะได้รับเชิญไปอยู่ในตารางหน้าห้องที่เตรียมไว้ 3 ห้อง ส่วนคนมาร่วมงานคนไหนอยากฟังเรื่องไหนก็เข้าห้องนั้น ซึ่งเป็นวิธีจัดงานสไตล์ใหม่คล้ายๆงาน BarCamp ในกลุ่มนักเทคโนโลยีสารสนเทศรุ่นใหม่ๆ
หัวข้อการอ่านก็หลากหลาย ไม่ได้มีแค่มาอ่านหนังสือให้ฟังเหมือนงานรักการอ่านทั่วๆไป เพราะมีคนที่เอาหนังสือพิมพ์มาอ่าน อ่านการ์ตูน อ่านนิทาน อ่านสติ้กเกอร์ท้ายรถ มาอ่านเว็บไซต์ หรือแม้แต่มาอ่าน twitter (บริการออนไลน์คล้ายๆ MSN)
นอกจากการอ่านสื่อที่หลากหลาย หัวข้อก็ยิ่งหลากหลาย มีตั้งแต่อ่านสามก็กแบบโรแมนติก อ่าน paper วิชาการอย่างไรให้สนุก ข้อดีข้อเสียของการอ่าน subtitle หนังภาพยนต์ อ่านความคิดจากพฤติกรรม นอกจากนั้นก็ยังมีการแถมวิธีการอ่านหัวใจผู้ชายเจ้า และอื่นๆอีกมากมาย หัวข้อมากมายเหล่านี้กลายเป็นตลาดเปิดท้ายขายความคิด-ความเห็น-ความรู้ ไปอย่างน่าสนใจ

เรียกว่าสมกับชื่องานที่ว่า “ทุกอย่าง อ่านได้” จริงๆ
งานนี้มีคนมารวมกันราวหนึ่งร้อยคน สลับกันพูด สลับกันอ่าน สลับกันฟัง เป็นกิจกรรมที่เน้นการสร้างความมีส่วนร่วมตั้งแต่ก่อนเริ่มงานจนจบงาน แล้วยังไปบล็อก (blog) กันต่อถึงความประทับใจ เนื้อหา และการสร้างเพื่อนใหม่ๆที่เจอในงานอย่างสนุกสนาน ผลที่เกิดขึ้นในการที่ผู้คนมาร่วมกันเปิดโลกใหม่ๆจากมุมมองแปลกๆของแต่ละคนผ่านการ “อ่าน” ซึ่งสร้างความสนุกสนาน ประทับใจ และเปิดโลกการเรียนรู้ เมื่อเทียบกับงาน “รักการอ่าน” อื่นๆนั้นจะเห็นได้ว่าต่างกันอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่วิธีคิดไปจนถึงกิจกรรมการจัดงาน แม้งานนี้อาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการณ์หมดงบประมาณเป็นล้าน และไม่ได้มีนักการเมืองหรือผู้ใหญ่ผู้โตมาเปิดงาน แต่ก็เป็นทางเลือกใหม่ของการส่งเสริมการอ่านในประเทศไทย หากกระบวนการมีส่วนร่วมแบบนี้ได้รับการขยายผลไปอยู่ในระดับโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือแม้แต่ตามสำนักงานต่างๆ สังคมไทยอาจจะค่อยๆเกิดวัฒนธรรมการอ่านการเรียนรู้ที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยเพื่อนดีๆก็เป็นได้
และนี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่เกิดขึ้นจากคนกลุ่มเล็กๆที่รวมตัวกันออนไลน์สร้างสรรค์สิ่งดีๆใหม่ๆในโลกแห่งความเป็นจริงของประเทศ ไม่ต้องเลือกสี ไม่ต้องเลือกข้าง ไม่ต้องพึ่งการเมือง
ติดตามเรื่องราว เนื้อหา และกิจกรรมของ ReadCamp ได้ที่ www.readcamp.org