การแก้ปัญหาเรื่อง scope creep

December 30th, 2008 § 2

ปัญหาใหญ่ของผมตอนนี้คือเรื่อง Scope Creep หรือการที่กรอบภาระงานที่ตกลงไว้เดิมกับองค์กรสนับสนุน/ลูกค้านั้นขยายขึ้นเรื่อยๆไม่สิ้นสุด   แม้จะวางกรอบงานหรือความคาดหวังไว้ชัดเจนแต่แรกเพียงไรก็ตาม  ซึ่งทำให้มีปัญหากับงานชิ้นอื่นๆและการจัดการทรัพยากรบุคคลในแต่ละงานมาก  วันก่อนไ้ด้ไปคุยกับพี่คนหนึ่งซึ่งเป็น consultant มาเป็นสิบปีใน Chicago ก็เลยได้ข้อแนะนำว่า

1. ถ้าไม่ไหว ลูกค้าห่วย ก็อย่าไปทำ เพราะแปลว่าเขาไม่เห็นคุณค่าของเรา ปัญหาจะขยายขึ้นเรื่อยๆ จะโดนเอาเปรียบมากขึ้นเรื่อยๆ

2. ให้ลูกค้าทำเอง  โดยช่วยวิเคราะห์ ช่วยกำกับดูแลให้ แต่ไม่ทำให้  ทำให้ลูกค้าเห็นว่างานมันเพิ่มขึ้นจริงๆและไม่ได้ทำง่ายขนาดนั้น ซึ่งอาจจะทำให้ลูกค้ายกเลิกความต้องการที่ไม่จำเป็น หรืออาจจะเพิ่มงบที่ต้องใช้จริงให้

3. หากคิดว่ามันจำเป็นต้องทำ และน่าจะทำงานกับลูกค้านั้นๆได้ยาวในอนาคต ก็ต้องทำแต่ควรจะบอกลูกค้าให้ชัดเจนว่ากรอบมันขยายขึ้นอย่างไร ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจะทำให้ฟรี หรือขอให้ลูกค้าเพิ่มงบก็เป็นอีกเรื่อง

เยี่ยมเลย

ก้าวสู่โลกออนไลน์ของเพลงคลาสสิกเต็มตัวกับ DG Webshop

December 21st, 2008 § 1


(รูปประกอบ โลกใหม่ของนักดนตรีคลาสสิกชื่อก้องโลก Mutter, Grimaud, Hahn)

ช่วงนี้ค้นพบว่า….

1. แผ่นเพลงเต็มบ้าน ไม่มีที่เก็บ เศร้าชีวิต

2. ร้านขายแผ่นคลาสสิกที่เราชื่นชอบ ถ้าไม่ปิดก็เหมือนจะลดจำนวนแผ่นลง  ที่ยังมีอยู่เยอะหน่อยก็คือ Grammophone Paragon และ Conductor Fortune Town ขนาดร้าน Tower Records ที่ Twin-tower ที่มาเลย์ก็ยังปิด เหลือแค่ที่สิงค์โปร์ที่ใกล้ๆแถวนี้

เลยตั้งใจว่าจะเริ่มซื้อเพลงออนไลน์บ้าง แต่

1. iTune Store ไม่ขายเพลงให้คนไทย

2. Amazon MPG3 Store ก็ไม่ขายนอกอเมริกา

3. ร้านออนไลน์เพลงคลาสสิกดังๆไม่ค่อยขายนอกอเมริกาหรือยุโรป

แต่แล้ว…. ในที่สุดก็มาเจอ

“Deutsche Grammophon Online” ที่ http://www.deutschegrammophon.com/

เจ้าของแผ่นยี่ห้อเดียวกันซึ่งเป็นผู้นำตลาดเพลงคลาสสิกรายหนึ่ง ปรากฏว่าเขาอนุญาตให้คนในประเทศแถวนี้ซื้ออนไลน์ได้ ไม่มี DRM ด้วย (คือก็อปใช้ได้ตามสบาย) ตอนแรกมีปัญหา register ใช้ทั้ง Firefox, flock และ Sarafi ไม่ได้ เลยโหลด Opear มา ปรากฏใช้ได้  เข้าใจว่าคงเป็นที่เครื่องผม

อย่างไรก็ตาม ได้ทดสอบซื้อเพลงดังต่อไปนี้

Bach: Fugues โดย Emerson Quartet  ทั้งอัลบั้ม

Anna-sophia Mutter เล่น Korngold Violin Concerto ซึ่ง Conduct โดย Andre Previn ที่ไม่เคยทำให้ผมผิดหวัง  อันนี้เลือกเฉพาะ Korngold เพราะในแผ่นจริงๆมีไชคอฟสกี้ด้วย แต่ฟังบ่อยแล้ว เลยเลือก korngold อย่างเดียว เยี่ยมมาก คุ้มจริงๆ

ค่าเสียหายน้อยกว่าค่าแผ่นที่เมืองไทยอีกแหะ

ปัญหาต่อมาก็คือที่บ้านโหลดช้าตามสไตล์เน็ตไทย แต่ก็สำเร็จ  เพลงที่โหลดจะบีบอัดที่ 320 kbps เพลงหนึ่งก็ซัก 17 - 20 MB ได้ รวมๆกันก็เป็นร้อยๆ MB  อยู่

เมื่อโหลดเสร็จ ก็โหลดเข้า iPhone แล้วจิ้มเข้ากับลำโพง ปรากฏว่าเสียงสุดยอดมากๆ Korngold Violin Concerto นั้นช่างสวยงาม ทั้ง harmony และ melody แต่ก็เป็น 20th century พอสมควร  เพราะที่สุดในรอบเดือนที่ฟังมาเลย  สมแล้วก็ที่เป็นหนึ่งในผู้สร้างโลกแห่ง Soundtrack ประกอบภาพยนต์ hollywood ยุคแรกๆ

สรุปว่าวันนี้เป็นวันแรกที่ได้ลิ้มรสของโลกดิจิตอลออนไลน์ของเพลงคลาสสิก   ไม่เลวๆ

ReadCamp: “รักการอ่าน” ในโลก 2.0 ?

December 10th, 2008 § 1

 

หลายคนเมื่อได้ยินคำว่า “รักการอ่าน” ก็อาจจะส่ายหัว เบื่อหน่าย แล้วรู้สึกไปว่าเป็นพวกรณรงค์ให้เด็กๆมารักการอ่านแนวกระทรวงฯซึ่งมักไม่ค่อยได้ผลอะไรเท่าใด พวกคนเล่นเว็บหลายๆคนอาจจะรู้สึกต่อต้านด้วยซ้ำเพราะผู้จัดงานและนักวิชาการเกี่ยวกับ “รักการอ่าน” นั้นชอบกล่าวหาว่าอินเทอร์เน็ตทำให้สมาชิกสั้น ทำให้เด็กอ่านหนังสือหนังสือน้อยลง ทำให้ขาดความลึกซึ้งของการอ่านแบบดั้งเดิม

แล้วทางออกที่จะทำให้คนรุ่นใหม่ลุกขึ้นมา “อ่านๆๆๆ” นั้นจะอยู่ที่ไหน คำถามนี้ดูจะไร้คำตอบ และหายไปในสายลมแห่งเทคโนโลยี

แต่เมื่อวันที่ 29 พศจิกายนที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์ใหม่ของคนรักการอ่าน    เมื่อบรรดาผู้ที่ชื่นชอบการอ่านในโลกออนไลน์ได้รวมตัวกันจัดกิจกรรม “ReadCamp ทุกอย่าง อ่านได้” ขึ้นที่หอศิลป์กรุงเทพฯ  ในงานมีบรรยากาศที่แปลกใหม่พอควรสำหรับวงการนักอ่าน เพราะไม่ได้มีการกำหนดเนื้อหาหรือกำหนดการมาก่อน  ใครอยากมา “อ่าน” อะไรก็เอาหัวข้อที่ตัวเองอยากอ่านให้คนอื่นฟังไปแปะไว้ที่กระจก  แล้วคนมางานคนอื่นๆก็เอาสติกเกอร์กลมๆเล็กๆไปแปะไว้ข้างๆหัวข้อนั้นถือเป็นการโหวต  หัวข้อไหนมีคนโหวตมากก็จะได้รับเชิญไปอยู่ในตารางหน้าห้องที่เตรียมไว้ 3 ห้อง ส่วนคนมาร่วมงานคนไหนอยากฟังเรื่องไหนก็เข้าห้องนั้น ซึ่งเป็นวิธีจัดงานสไตล์ใหม่คล้ายๆงาน BarCamp ในกลุ่มนักเทคโนโลยีสารสนเทศรุ่นใหม่ๆ

หัวข้อการอ่านก็หลากหลาย ไม่ได้มีแค่มาอ่านหนังสือให้ฟังเหมือนงานรักการอ่านทั่วๆไป  เพราะมีคนที่เอาหนังสือพิมพ์มาอ่าน  อ่านการ์ตูน อ่านนิทาน อ่านสติ้กเกอร์ท้ายรถ มาอ่านเว็บไซต์ หรือแม้แต่มาอ่าน twitter (บริการออนไลน์คล้ายๆ MSN)

นอกจากการอ่านสื่อที่หลากหลาย หัวข้อก็ยิ่งหลากหลาย มีตั้งแต่อ่านสามก็กแบบโรแมนติก  อ่าน paper วิชาการอย่างไรให้สนุก ข้อดีข้อเสียของการอ่าน subtitle หนังภาพยนต์   อ่านความคิดจากพฤติกรรม นอกจากนั้นก็ยังมีการแถมวิธีการอ่านหัวใจผู้ชายเจ้า และอื่นๆอีกมากมาย  หัวข้อมากมายเหล่านี้กลายเป็นตลาดเปิดท้ายขายความคิด-ความเห็น-ความรู้ ไปอย่างน่าสนใจ

เรียกว่าสมกับชื่องานที่ว่า “ทุกอย่าง อ่านได้” จริงๆ

งานนี้มีคนมารวมกันราวหนึ่งร้อยคน สลับกันพูด สลับกันอ่าน สลับกันฟัง เป็นกิจกรรมที่เน้นการสร้างความมีส่วนร่วมตั้งแต่ก่อนเริ่มงานจนจบงาน แล้วยังไปบล็อก (blog) กันต่อถึงความประทับใจ เนื้อหา และการสร้างเพื่อนใหม่ๆที่เจอในงานอย่างสนุกสนาน    ผลที่เกิดขึ้นในการที่ผู้คนมาร่วมกันเปิดโลกใหม่ๆจากมุมมองแปลกๆของแต่ละคนผ่านการ “อ่าน” ซึ่งสร้างความสนุกสนาน ประทับใจ และเปิดโลกการเรียนรู้ เมื่อเทียบกับงาน “รักการอ่าน” อื่นๆนั้นจะเห็นได้ว่าต่างกันอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่วิธีคิดไปจนถึงกิจกรรมการจัดงาน   แม้งานนี้อาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการณ์หมดงบประมาณเป็นล้าน และไม่ได้มีนักการเมืองหรือผู้ใหญ่ผู้โตมาเปิดงาน  แต่ก็เป็นทางเลือกใหม่ของการส่งเสริมการอ่านในประเทศไทย  หากกระบวนการมีส่วนร่วมแบบนี้ได้รับการขยายผลไปอยู่ในระดับโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือแม้แต่ตามสำนักงานต่างๆ สังคมไทยอาจจะค่อยๆเกิดวัฒนธรรมการอ่านการเรียนรู้ที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยเพื่อนดีๆก็เป็นได้

และนี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่เกิดขึ้นจากคนกลุ่มเล็กๆที่รวมตัวกันออนไลน์สร้างสรรค์สิ่งดีๆใหม่ๆในโลกแห่งความเป็นจริงของประเทศ  ไม่ต้องเลือกสี ไม่ต้องเลือกข้าง ไม่ต้องพึ่งการเมือง :)

ติดตามเรื่องราว เนื้อหา และกิจกรรมของ ReadCamp ได้ที่ www.readcamp.org  

Where am I?

You are currently viewing the archives for December, 2008 at Dream Infection.