January 27th, 2009 § § permalink
มีเรื่องมาชวนร่วมคิดร่วมทำกันครับ
เผอิญช่วงนี้คิดๆเรื่อง Digital Library (Online) อยู่ว่าจะทำอย่างไรประเทศไทยถึงจะมีระบบ Digital library ที่เชื่อมโยงกัน ที่มีข้อมูลทั้งด้าน
- Digital Content ที่มีอยู่แล้วแต่กระจัดกระจาย
- Physical content ที่ต้อง digitize เช่น หนังสือ แผ่นฟิลม์ ภาพ รูปถ่าย ฯลฯ เช่น ที่หอสมุดแห่งชาติ ห้องสมุดมหาวิทยาลัย และหอจดหมายเหตุ เป็นต้น (ที่อเมริกานั้น scan ไปแล้วกว่าล้านเล่ม ฝรั่งเศสสองแสน ญี่ปุ่นอีกสามแสน) ซึ่งอาจจะเน้นหนังสือที่มีความสำคัญ และหมดลิขสิทธิ์หรือ out of print (ไม่แน่ใจว่าเมืองไทยนี้กฏหมายเกี่ยวกับ out of print เป็นอย่างไร)
- Research/journals ที่เกิดจากงานของคนไทย
อยากให้เป็นระบบที่เข้าถึงข้อมูลทั้งหมดได้จากที่เดียวเชื่อมโยงได้หมด สามารถเปิดดูออนไลน์และโหลดไปได้เลย
เรื่องนี้คิดว่าเบื้องต้น สสส. สวทช./NECTEC สำนักนายกฯ และเครือข่ายอย่าง YouFest น่าจะสามารถขับเคลื่อนเป็นเจ้าภาพร่วมได้
ไม่ทราบว่าใครมีข้อมูล ข้อคิดเห็นอย่างไรครับ
เข้าใจว่ามีคนทำอยู่แล้วในหลายส่วน เช่นห้องสมุดมหาวิทยาลัยอย่างจุฬา-ธรรมศาสตร์ ฯลฯ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเชื่อมโยงกันอย่างไร อาจจะออกมาคล้ายๆเป็นเครือข่ายเว็บกาญจนาภิเษก 2.0 อะไรประมาณนี้…
มีคนเสนอโมเดลการ Finance การจัดการในหลากหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นทุนของรัฐ การสนับสนุนด้าน CSR หรือแม้แต่การสนับสนุนจากบุคคลธรรมดาในการแสกนหนังสือ… มีโมเดลอะไรน่าสนใจไหมครับ ใครรู้บ้าง
อีกด้านหนึ่งก็คิดว่าเรื่องนี้คงจะได้ใช้ประโยชน์จากเรื่อง CC ของไทยที่ใกล้เรียบร้อยแล้วเป็นแน่แท้
ผมได้แรงบรรดาลใจอย่างมากจาก Brewster Kahle: A digital library, free to the world
ตอนนี้มี facebook page หัวข้อ “Digital Library for Thailand” อีกที่หนึ่งสำหรับการพูดคุยครับ
สุนิตย์
January 25th, 2009 § § permalink
อีกเครื่องมือหนึ่งที่ใช้ในการ browse เว็บ ที่จะทำให้ภาพต่างๆมารวมกันเป็นกำแพงที่เราเคลื่อนที่ไปข้างๆได้อย่างรวดเร็ว เลือกดูเนื้อหาได้สะใจ ทำดีๆประยุกต์เป็นเครื่องมือ present แนวสุดเท่ได้อีกต่างหาก (เอารูป slide powerpoint/keynote ไปแปะที่ flickr แล้วค่อย activate cooliris ที่หน้านั้น)
ไปเล่นได้ที่ http://www.cooliris.com
January 24th, 2009 § § permalink
APPLICATION DEADLINE: 15 Feb 09SEACEM, ChangeFusion and Freevoice are proud to accept applications for “ASEAN E-Media Startups Competition” with the goal of identifying talented e-media startups in ASEAN that innovatively bring independent news & views with financial sustainability in order to significantly enhance freedom of expression, openness and political & economic liberty in the region. The finalists will be invited to the capacity building workshop to sharpen their business plans, the output of the workshop will be rated and the winners will receive incubation supports as well as USD 10,000 equity-like loan for seed/startup fund per venture.
Who’s eligible
● Internet-based independent media startups in ASEAN focusing with mininum 6 months of existence.
● Demonstrating measurable and scalable social social impact.
● Example; News site, bloggers network, video podcasting and other innovative models using new media tools such as twitter and feeds.
Key Selection Criteria
● Innovativeness
● Social impact
● Financial sustainability
● Scalability
● Ethics
Please submit your short online application form no later than 15 Feb 2009 by clicking here , successful applications will be asked to submit more information at the later stage.
January 17th, 2009 § § permalink
เมื่อคนรุ่นใหม่จะเปลี่ยนโลกด้่วยสื่อสร้างสรรค์ จะเริ่มต้นอย่างไร?
ในช่วงเศรษฐกิจที่แย่ทั้งโลกนี้ หลายๆคนที่เพิ่งจะเรียนจบ หรือคนที่กำลังเริ่มทำงานในวงการผลิตสื่อก็คงจะกุมขมับ เพราะนอกจากงานจะหายากแล้ว ลูกค้าอาจจะหายากกว่าเสียอีก บริษัทต่างๆในวงการโฆษณา วงการนิตยสาร หรือแม้แต่วงการอนิเมชั่นก็ต่างเริ่มได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่กำลังถดถอย
นิตยสาร Fuse ได้พยายามเค้นหาและนำเสนอต้นแบบ แนวคิด วิธีการ กรณีตัวอย่าง ทั้งจากไทยและต่างประเทศมาตลอด ที่ล้วนแสดงให้เห็นว่านอกจากงานในวงการสื่อกระแสหลักแล้ว จริงๆผู้ที่มีความสนใจที่จะใช้ความสามารถด้านสื่อสร้างสรรค์แนวใหม่ๆมาใช้เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมก็ยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถทำได้อย่างมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างองค์กรคนรุ่นใหม่ที่ใช้ความสามารถในการสร้างสื่อมาช่วย NGO ในประเทศฟิลิปปิินส์ ในประเทศไทยก็มีตัวอย่างหลากหลาย ตั้งแต่กลุ่มสร้างคลิปวิดิโอ/ทำทีวีออนไลน์เพื่อสังคม หรือแม้แต่กลุ่มทำเกมส์คอมพิวเตอร์เพื่อสังคม ที่ล้วนเคยนำเสนอมาแล้วใน Fuse เล่มก่อนๆ
สรุปพอได้ว่าทำงานเพื่อสังคม ไม่เห็นต้องกินแกลบ
กิจการสื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคมที่สร้างโดยคนรุ่นใหม่เหล่านี้เป็นอีกทางออกหนึ่งสำหรับการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เป็นกระแสที่เกิดขึ้นทั่วโลกตั้งแต่เกาะอังกฤษไปจนถึงทวีปอาฟริกา โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจย่ิงจะเป็นโอกาสสำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากสร้างกิจการสื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคม/สิ่งแวดล้อม เพราะสองเหตุผลสำคัญ
เหตุผลแรก วิกฤตเศรษฐกิจมักจะนำมาซึ่งวิกฤตอื่นๆทางสังคมอีกมหาศาล ซึ่งจะทำให้เกิดความต้องการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน หรือแม้แต่องค์กรระหว่างประเทศในการที่จะต้องคิดหาวิธีการสื่อสารใหม่ๆกับประชาชนเพื่อที่จะร่วมแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น
แต่องค์กรเหล่านี้ขาดวิธีการนำเสนอที่น่าสนใจมากพอ ไม่คุ้นในการใช้สื่อใหม่ๆเช่นสื่อผสมบนเว็บไซต์ หรือแม้แต่สื่อการแสดงละคร/การแสดงการเต้นร่วมสมัยที่สะท้อนประเด็นทางสังคมในมุมมองที่แตกต่างออกไป ที่สำคัญองค์กรเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้มีงบประมาณมากพอที่จะไปจ้างบริษัทโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่แพงลิบ
คนรุ่นใหม่ที่มีใจอยากช่วยสังคมและสามารถนำเสนอประเด็นทางสังคมใหม่ด้วยเครื่องมือและมุมมองที่ใหม่และโดนใจคนผู้คนในยุคใหม่ จึงมีแต้มต่อที่จะเข้าไปคุยกับหน่วยงานเหล่านี้ เพื่อไปช่วยทำสื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคมโดยมีค่าตอบแทนพอสมควร อาจจะไม่ถึงกับรวยแต่ก็พออยู่ได้
เหตุผลที่สองก็คือในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจเหล่านี้ บริษัทจำนวนมากจะชลอการจ้างงานใหม่ หรืออาจจะปลดพนักงานออกด้วยซ้ำ ผู้คนเหล่านี้ย่อมมีคนที่สนใจประเด็นสังคมและมีฝีมืออยู่บ้าง การค้นหาและชักชวนคนมีฝือมือมาร่วมสร้างกิจการใหม่เพื่อสังคมจึงมักจะทำได้ง่ายกว่าช่วงเศรษฐกิจกำลังดี เพราะคนเหล่านี้จะถูกบริษัทต่างๆแย่งตัวไปหมด
หรือแม้แต่บางคนที่อยากทำงานเพื่อสังคมแต่พ่อแม่และครอบครัวอาจจะไม่ยอมเพราะต้องการให้เข้าบริษัทที่มั่นคง แต่ในช่วงที่บริษัทไม่มีการจ้างงานมากนัก คนเหล่านี้จึงพอจะอธิบายครอบครัวได้ง่ายขึ้นในการมาเข้าร่วมกิจการเพื่อสังคม นอกจากนั้น ค่าเช่าออฟฟิสในช่วงนี้ก็มักจะไม่แพงเกินไปอีกด้วย
ที่สำคัญที่สุดก็คือการที่คุณจะมีโอกาสในการสร้างสรรค์สังคมด้วยฝีมือการสร้างสื่อของคุณเอง ไม่่ว่าคุณจะเริ่มเป็น Freelance ที่ทำงานที่มีประโยชน์กับสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือคุณจะสร้างกิจการสื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคม นิตยสาร Fuse จะขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะสนับสนุนให้คุณสร้้างฝันและทำให้ได้จริง
ไม่ว่าคุณจะสร้างสื่อผ่านกระดาษ แผ่นฟิลม์ เว็บ หรือการร่ายรำ หากคุณคิดว่าคุณสามารถใช้ความสามารถเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆกับมีแนวทางการสร้างรายได้ให้อยู่ได้ เตรียมทีมของคุณไว้ให้พร้อม…
โปรดติดตามโครงการสร้างกิจการสื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคมโดยคนรุ่นใหม่ที่นี่ เร็วๆนี้
January 1st, 2009 § § permalink
จากที่บอกว่ามีคนอยากช่นสานต่ องานของอาจารย์สมบูรณ์ที่เสียชี วิตไป ถ้ามีหนึ่งเรื่องที่ ผมอยากจะสานต่องานของอาจารย์ สมบูรณ์คงไม่ใช่ความรู้หรื อประเด็นที่อาจารย์สนใจโดยตรงนั ก แต่น่าจะเป็นเรื่องที่อาจารย์ สมบูรณ์เป็นผู้ที่เป็นเหมือนห้ องสมุดของเนื้อหาวิชาการใหม่ ๆประจำคณะฯ ห้องสมุดที่ว่าก็อยู่ในสมองกั บในเครื่องของอาจารย์ที่คณะฯ
หากไม่มีเวลาอ่านต่อ ผมก็อยากเสนอให้คณะฯทำหัวข้อต่ อไปนี้
1. Online subscription วารสารต่างประเทศดีๆในระดับนั กศึกษา
2. ทำฐานข้อมูลออนไลน์งานวิ ชาการเศรษฐศาสตร์ของคนที่เกี่ ยวข้องกับคณะฯ
3. ทำเครือข่ายออนไลน์อาสา (ให้/ค้นหา) ความรู้ของคนที่เกี่ยวข้องกั บคณะฯ
4. Somboon Siriprachai Fellowship in Alternative Economics
ผมอาสาช่วยระดมทุนกับความร่วมมื อจากคนที่สนใจมาทำให้เกิดครับ
หากมีเวลาอ่านก็อ่านต่ อในรายละเอียด ติดตามได้ด้านล่างครับ …
คือห้องสมุดป๋วยนั้นถ้าจะหาหนั งสือพื้นฐานหรือหนังสือโบราณก็ จะเจอ แต่ถ้าจะหา journal ใหม่ๆ หรืองานวิชาการใหม่ๆเนี้ย ไม่ค่อยจะเจอ ทำให้นักศึกษาหัวก้าวหน้าหน่ อยรู้สึกเศร้า
แต่ความเศร้าก็หายไปเมื่ อไปหาอาจารย์สมบูรณ์ เพราะอาจารย์มักจะมีงานชิ้นนั้ นๆอยู่ในเครื่องที่คณะ หรือไม่ก็มี subscription อะไรซักอย่่างที่จะเข้าถึงงานชิ ้นนั้นๆได้ แถมยังสามารถแนะนำได้อีกว่ างานชิ้นดังกล่าวอยู่ในวิ ชาเศรษฐศาสตร์ยุคใหม่สาขาอะไร แนวคิดทั่วไปเป็นอย่า่งไร งานที่เกี่ยวข้องมีอะไรบ้าง จะไปหาข้อมูลต่อได้อย่างไร
จริงๆที่อาจารย์เป็นอย่างนี้ อาจเป็นเพราะจบมาด้าน Economic History จาก Lund ที่ไม่ได้เข้าข้างสำนั กเศรษฐศาสตร์สำนักใดสำนักหนึ่ง แต่เชื่อว่าแต่ละแนวคิดก็เป็ นเพียงวิธีคิดหนึ่งๆไม่ได้ดีเด่ นไปกว่า่สำนักใด เป็นเพียงส่วนหนึ่งของประวัติ ศาสตร์ ที่มีฐานความคิดความเชื่อต่างกั น (จริงๆผมก็ไปเรียน exchange กับภาค economic history ที่ Lund ก็เพราะอาจารย์นี้แหละ)
ผมว่าอาจารย์เป็นตัวอย่ างของอาจารย์ที่ช่วยนักศึ กษาในศตวรรษที่ 21 ได้จริงๆ ไม่ได้เน้นว่าตนเองรู้อะไร แต่เน้นว่าสามารถช่วยให้นักศึ กษาที่สนใจอะไรสามารถค้ นหาความรู้นั้นได้ด้วยตัวเอง เป็นเหมือนไกด์นำเที่ยวแห่งวิ ชาเศรษฐศาสตร์
ดังนั้นข้อเสนอของผมในเรื่ องการสานต่องานของอาจารย์ซึ่ งอาจจะเรียกว่าโครงการ “สมบูรณ์ 2.0″
โดยเป้าหมายในการสร้างกลไกหรื อระบบอะไรซักอย่างที่จะทำให้นั กศึกษาที่สนใจวิชาความรู้ เศรษฐศาสตร์แนวใหม่ๆสามารถเข้ าถึงความรู้เหล่านั้นได้ คือ
1. Online subscription วารสารต่างประเทศดีๆในระดับนั กศึกษา
ถ้าคณะยังไม่ได้ subscribe pool ของวารสารวิชาการสำคัญๆต่ างประเทศให้นักศึกษา ก็ทำการระดมทุนเพื่อ subscribe ซะ เด็กๆจะได้หาข้อมูลเพิ่มพลั งการเรียนรู้ได้ เหมือนตอนที่เด็กเราไป exchange ก็จะเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ หมด
2. ทำฐานข้อมูลออนไลน์งานวิ ชาการเศรษฐศาสตร์ของคณะฯ
จัดระบบฐานข้อมูลงานวิชาการที่. ..
(1) อาจารย์เขียน ไม่ว่าจะส่งไปลงวารสารอะไร หนังสือพิมพ์ ฯลฯ
(2) นักศึกษาส่งอาจารย์ หรือส่งประกวด ในระหว่างปีการศึกษา
(3) วิทยานิพนธ์
โดยให้งานเหล่านี้สามารถเข้าถึ งได้ online ในลักษณะ full text search, เป็น ไฟล์ PDF หรือไฟล์สกุลอื่นๆ สามารถ download ได้โดยง่าย ซึ่งอาจจะทำระบบให้ส่งงานได้ ออนไลน์ หรือหากระบวนการจัดการ scan งานสำคัญๆเก็บไว้ในฐาน คล้ายๆ google books + scholar
และมีนโยบายระดับคณะให้งานที่ อาจารย์และนักศึกษาเขียนนั้นใช้ ลิขสิทธิ์ creative commons ซึ่งได้ port มาใช้กับกฏหมายไทยได้ในระดับหนึ ่งแล้ว เป็นลักษณะลิขสิทธิ์ที่เจ้ าของอนุญาตให้ผู้อื่นเอาไปใช้ต่ อได้ตราบใดที่มีการอ้างอิ งและไม่ได้ใช้เพื่อการค้า ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาการติ ดลิขสิทธิ์ (ยกเว้นตอนส่ง journal ให้วารสารฝรั่งที่บังคับให้ลิ ขสิทธิ์เป็นของเขา แต่อาจารย์ก็ทำ derivative ไว้ได้อยู่ดี) อ่านรายละเอียดได้ที่ http:// cc.in.th/
จริงๆเรื่องนี้นอกจะเป็ นประโยชน์กับนักศึกษาในการค้ นหาข้อมูลต่อยอดจากรุ่นพี่ๆแล้ วก็ยังเป็นการสร้าง port งานทางวิชาการของนักศึกษาที่เป็ นระบบที่เอาไปใช้อ้างเวลาจะสมั ครเรียนต่อได้อีกด้วย
ถ้าจะให้ดีก็ทำเป็นเหมือนเว็บที ่อธิบายเศรษฐศาสตร์แต่ ละสาขาใหม่สั้นๆ link งานสำคัญๆ ใครเป็นเจ้าสำนัก ฯลฯ ซะหน่อย ให้เด็กๆเข้าใจเรื่องนี้ได้ง่่ ายและเร็วขึ้น เรื่องระบบออนไลน์ที่จะต้ องหามาใช้นั้น ถ้าไม่ได้มีอยู่แล้ว ที่สถาบันฯของผมมีงานลักษณะนี้ ที่เป็น open source อยู่ (digital library 2.0 type systems) อาจจะเอามาใช้ได้เลย ปรับนิดหน่อย ไม่ต้องใช้เงิน
3. ทำเครือข่ายออนไลน์อาสา (ให้/ค้นหา) ความรู้ของคณะฯ
สร้างเครือข่าย online ของนักศึกษา ศิษย์เก่า และอาจาารย์ที่มีความสนใจที่ จะทำหน้าที่เป็นกลุ่มอาสาหาให้ ความรู้เศรษฐศาสตร์ คือเวลามี request งานวิชาการชิ้นใดๆ หรือแนวทางความรู้ใดๆ เครือข่ายดังกล่าวจะทำหน้าที่ช่ วยหาข้อมูลเบื้องต้นให้ อาจจะช่ วยแนะนำกันก็ได้ หรืออาจจะนัดแนะให้รู้จักกับนั กวิชาการหรือผู้มีความรู้ในเรื่ องนั้นๆในประเทศไทย โดยกลุ่มอาจจะมีเลขาฯซึ่ งอาจจะระดมทุนมาจ้างในลักษณะเป็ นคล้าย RA 3-4 คนในแต่ละปี คือเป็นคล้ายๆ distributed digital library service
เช่น มีคนอยากได้เนื้อหา profile ความเสี่ยงของการเมืองต่ อเศรษฐกิจของไทย อาจจะมีใครมี account ของ Economist intelligence unit อยู่ก็โหลดมาให้น้องเขาหน่อย โดยอาจจะทำจำกัดรับบริ การเฉพาะนักศึกษาของคณะที่ยอมจ่ ายนิดหน่อย อาจมีโควต้าจำนวนครั้งที่ใช้ได้ (เพื่อแสดง commitment ว่าจะไม่ใช้อะไรมั่วๆ) ทดลองดู เผื่อดี อาจจะต่อยอดจาก facebook ฯลฯ ที่มีอยู่แล้วก็ได้
4. Somboon Siriprachai Fellowship in alternative economics
ปีละกลุ่ม โดยมีเป้าหมายเชื่อมและสนับสนุ นนักศึกษาทั้งตรี และโท ที่มีความสนใจวิชาการในด้ านแปลกๆใหม่ๆสูง (alternative economics – institutional, economic history, austrian, behavioral, etc..) ให้สามารถเชื่อมโยงและเรียนรู้ จากนักวิชาการทั้งไทยและต่ างประเทศอย่างเป็นระบบ เช่นมีการพาไปหานักวิชาการสุ ดยอดของเมืองไทยเป็นกิจลั กษณะและต่อเนื่อง มีการเชื่อมโยงนักศึกษาเหล่านี้ กับสถาบันหรือนักวิชาการในต่ างประเทศผ่านคณะฯ มีการจัดสัมมนาวิชาการให้ อาจจะมีการสนับสนุนการจัดพิมพ์ งานวิชาการให้ตามความเหมาะสม หรือเอาให้มีประโยชน์กว่านั้น อาจจะส่งคนเหล่านี้ไปฝึ กงานในหน่วยงานที่มีความสำคั ญทางเศรษฐกิจอย่างน้อย 6 เดือน ตั้งแต่ ธปท. คลัง มูลนิธิสมาคม บริษัทและสถาบันการเงิน สถาบันวิจัย ฯลฯ โดยไม่ให้ฝึกที่เดียวแต่ให้ วนไปเรื่อยๆ จะได้เกิดความเข้าใจเศรษฐกิจ-สั งคม-การเมืองในหลากหลายมุ มมองบนฐานความท้าทายจริงไม่ใช่ เป็นวิชาการหอคอยงาช้าง และให้มีการพบเจอแลกเปลี่ ยนประสปการณ์กันจริงจังในกลุ่ มและให้นักศึกษาคนอื่นๆเข้าฟั งอีกด้วย ประเทศไทยจะได้มีนักเศรษฐศาสตร์ สายอื่นนอกจากพวก math/neo-classical ซะบ้าง
ทั้ง 4 ข้อที่ว่ามานี้ หากคณะฯสนใจ แต่จำเป็นต้องใช้งบประมาณ (โดยเฉพาะข้อ 1) ซึ่งอาจมีไม่เพียงพอ หรือต้องการคนไปช่วยขับเคลื่ อนให้เริ่มได้ก่อน ผมยินดีช่วยเป็นโต้โผระดมทุ นและความร่วมมือจากหน่ วยงานและศิษย์เก่ามาให้ ดีไหมครับ
ทำได้ซักอย่างใน 4 อย่างที่ว่านี้ ก็อาจจะเป้นจุดเริ่มต้นที่ดี ไม่ทราบคนอื่นคิดอย่างไร จะปรับแก้แนวคิดพวกนี้ที่ ผมเสนอเป็นตุ้กตามาเล่นๆใหมครับ ใครสนใจลองกระจายความคิดนี้ไปดู ครับ
สุนิตย์