Bruch’s Violin Concerto No.1

April 21st, 2008 § 35 comments § permalink

สำหรับคนที่ชอบเพลงที่ให้อารมณ์ของออเคสตร้า ที่เต็มไปด้วยพลังที่เคลื่อนไหว ความดิบที่ร้อยเรียงไว้ในความสวยงามคล้าย Beethoven แต่ต้องการเสียงเครื่องดนตรีหลักที่เด่นละเอียด และผาดโผนพาขึ้นสวรรค์ลงนรกได้เช่น Liszt แล้วนั้น

Violin Concerto No. 1 in G minor ของ Max Bruch ซึ่งแต่งไว้ในปี 1866 นั้นย่อมทำให้คุณชอบได้อย่างแน่นอน

ผมเองรู้สึกประทับใจมากๆกับ concerto นี้ เป็นอะไรที่ตื่นเต้นขนลุกเวลาฟังที่สุดในรอบสองเดือนที่ผ่านมา  แถมยังมีการเล่น Bass ในบางช่วงคล้ายเพลงสมัยใหม่มาก ออกจะเป็น Jazz ด้วยซ้ำโดยเฉพาะในช่วงกลางๆค่อนไปทางปลายของ movement ที่ 1 เป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก

ผมฟังของ Kyung Wha Chung ซึ่งเธอเล่นได้อย่างสวยงาม รุนแรง เล่น violin แบบกัดๆคล้ายกับเล่นกีตาร์ไฟฟ้าในวงร็อกอารมณ์ X-Japan นะครับ ใครชอบหวานกว่านี้เห็นว่า Joshua Bell ก็เคยเล่นไว้เหมือนกัน ลองไปฟังดูครับ

Always 2 กับความอบอุ่นของอดีตที่ผมยังจำได้

April 16th, 2008 § 2 comments § permalink

เมื่อคืนได้ไปดู Always ภาค 2 แล้วรู้สึกยังเยี่ยมเหมือนเดิม เปิดฉากด้วยก็อซซิลล่าเลยตกใจนิดหน่อย ดูจบก็ตื้นตัน อบอุ่น น้ำตาซึมเหมือนภาคที่แล้ว

ได้ข่าวว่าคนแสดงเป็นนักเขียนไส้แห้งได้รางวัลดารานำชายยอดเยี่ยมของ Japanese Academy ซึ่งคล้ายๆ OSCAR ของญี่ปุ่นด้วย

สิ่งที่รู้สึกกับหนังเรื่องนี้ก็คือภาพของอดีตที่ผมยังคงจำได้รางๆ

ครอบครัวที่อบอุ่น ช่วยเหลือกัน ไม่ไฮโซ รักกันเต็มที

เพื่อนบ้านที่รู้จักกันหมด ช่วยเหลือกัน สอดรู้สอดเห็นในทางที่ดี รักใคร่ปรองดองกันดี เป็นกำลังใจให้กันและกัน

สรุปว่าทุกๆคน care กันมาก

ความพอมีพอกินไม่ร่ำรวย จะซื้ออะไรก็ซื้อร้านแถวๆบ้าน ขายของชำ

หนังเรื่องนี้คำหลักๆที่ผมจำได้คือ “มันมีบางสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าเงิน” และหนังทั้งเรื่องก็เหมือนพยายามจะพิสูจน์เรื่องนี้

สังคมไทยเองก็กำลังจะผ่านโลกแห่งเมืองเล็กๆที่มีเพื่อนบ้านรู้จักกันหมด ครอบครัวใกล้ชิดกัน ไปสู่โลกแห่งเมืองใหญ่ที่ตรงข้ามกันแทบทุกอย่าง

ถ้าสุดท้ายสิ่งที่เราต้องการคือความเป็นห่วงเป็นใยใส่ใจของคนรอบตัว… อนาคตอาจจะลดโอกาสสิ่งเหล่านี้ลงเรื่อยๆ

Blogged with the Flock Browser

Tags: , ,

ความรักทำให้ผู้หญิงถึงจุดสุดยอดง่ายและมีคุณภาพขึ้น

April 10th, 2008 § 28 comments § permalink

เมื่อเช้านั่งอ่านนิตยสาร Scientific American Mind (Vol. 19) ที่ติดตามมาสักพักแล้วพบเรื่องน่าสนใจหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของความรักและการถึงจุดสุดยอดทางเพศของผู้หญิง  เลยคิดว่าต้องเอามาสรุปให้คนอื่นรู้บ้าง เพราะช่วงหลังๆผมไปช่วยแผนงานสุขภาวะทางเพศที่ สสส. อยู่บ้างแล้วพบว่าเรื่องเพศของผู้หญิงนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ถูกสังคมกดดันจนผิดปกติไปซะเยอะ

ผู้ชายไทยจำนวนมากมีความเชื่อที่เกิดจากการอ่านสื่อลามกจำนวนมากว่าผู้หญิงจะสมยอมและถึงจุดสุดยอดหากสามารถบังคับให้สอดใส่เข้าไปได้สำเร็จ ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่จริง นอกจากนั้นผู้หญิงไทยส่วนใหญ่ยังยอมรับว่าไม่ค่อยจะถึงจุดสุดยอดทางเพศเท่าใดนัก และผู้ชายก็ไม่ค่อยสนใจก็เลยยิ่งแย่เข้าไปอีก

จากงานวิจัยล่าสุดที่ Genea University, Switzerland และ University of California, Santa Barbara, U.S. พบว่าผู้หญิงที่กำลังมีความรักกับคู่นอนของตัวเองนั้น ยิ่งรักมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งถึงจุดสุดยอดง่ายขึ้นและมีคุณภาพความพึงพอใจมากขึ้นเท่านั้น  ซึ่งเกิดจากการที่สภาวะการเข้าสู่จุดสุดยอดของผู้หญิงนั้นขึ้นอยู่กับสมองมากกว่าร่างกาย (อวัยวะเพศและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง) ยิ่งอยู่ในความรักก็ยิ่งจะสามารถกระตุ้นเนื้อที่ของสมอง (brain area) ให้เกิดปฏิกริยาได้มาก โดยเฉพาะในส่วน  left angular gyrus ซึ่งเป็นส่วนที่เก่ี่ยวกับความทรงจำและอารมณ์ความรู้สึก

ดังนั้นก็อาจจะเป็นสิ่งที่ผู้ชายควรจะระลึกไว้ว่าความรักและความเอาใจใส่นั้นสำคัญต่อความรู้สึกทางเพศของผู้หญิงมาก ไม่ใช่อย่างที่ผู้ชายจำนวนมากรู้สึกซึ่งเกิดจากความเข้าใจผิดว่าไม่ว่าตัวเองจะทำตัวเลวร้ายแค่ในขอให้เก่งในห้องนอนก็พอ    ในขณะที่ผู้หญิงบางคนก็อาจจะต้องรับรู้ว่าการมีเพศสัมพันธ์กับคนที่เรารักนั้นจะเกิดคุณภาพของความสุขมากกว่าการเปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อยๆซึ่งอาจจะได้เพียงปริมาณไม่ได้เกิดคุณภาพ จนอาจจะเกิดกลายเป็นการเสพติดเพศสัมพันธ์อย่างไม่ลืมหูลืมตาในที่สุด

จริงๆเรื่องความรักที่ทำให้เกิดอารมณ์ร่วมในผู้หญิงนั้นก็เป็นที่รู้และเชื่อกันมานานแล้ว แค่นอนนี้ brain science มาช่วยพิสูจน์เพิ่มเติมเท่านั้นเองครับ

Beethoven; Triple concerto, Bb Rondo & Choral Fantasy

February 18th, 2008 § 43 comments § permalink

Beethoven: Triple Concerto; Rondo in B flat; Choral Fantasy
Clemens Hagen (Performer), Ludwig van Beethoven (Composer), Nikolaus Harnoncourt (Conductor), Chamber Orchestra of Europe (Orchestra), Pierre-Laurent Aimard (Performer), Thomas Zehetmair (Performer)

วันนี้เอาอัลบั้มที่ซื้อมาซักพักแล้วมาฟังใหม่บน iPhone ขณะนั่งรถไฟฟ้าบนดินใต้ดินไปกลับร้านตัดเสื้อและ office รู้สึกว่ามันเพราะและได้อารมณ์ Beethoven อย่างยิ่งยวด   คือรู้สึกได้ถึงความดิบและเรียบง่ายที่เต็มไปด้วยอารยธรรมและความสวยงาม    ความกลมกลืนของความละเอียดอ่อน และพลังที่พุ่งพล่านอย่างมีจังหวะทำนอง   การสอดรับกันของ Piano และเครื่องสายทำได้อย่างเรียบง่ายแต่ยิ่งใหญ่  สลับช่วงช้าและเร็วในช่วงที่ไม่ห่างกันนัก    ทุกท่วงทำนองเกิดจากอะไรที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อนแล้วค่อยๆพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง   ยิ่งเพลงสุดท้าย Choral fantasy นั้นเต็มไปด้วยความสดใสและสนุกสนานแต่รู้สึกได้ถึงความหวังที่ยิ่งใหญ่ ผมแถบจะ march ไปตลอดทางที่เดินขึ้นรถไฟฟ้าเลย  ไม่ได้รู้สึกดีกับเพลงมากๆขนาดนี้มาหลายเดือนแล้ว  อัลบั้มนี้ได้ Gramophone Magazine แนะนำด้วย….

ชุดเพลงแรก Triple concerto นั้นคือมีตัวเด่นสามตัว เปียโน ไวโอลิน และ เชลโล่  โดยมีวงออเคสตร้าเล่นเสริมอยู่ด้านหลัง

Rondo คือเพลงที่มีท่วงทำนองหลักวนซำ้ไปเรื่อยๆแต่พัฒนาเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่ซ้ำ และสลับกับทำนองอื่นๆอย่างต่อเเนื่อง

Choral fantasy ของ Beethoven นี้มีบทกวีที่กล่าวถึงชัยชนะของแสงสว่างต่อความมืด หรือความดีย่อมชนะความเลวร้ายอยู่ด้วย  เป็นการเดินทางจากซีไมเนอร์ที่ทะมึนทึมลึกลับแฝงด้วยความไม่สบายใจ  ไปสู่ซีเมเจอร์ที่สว่างไสวตื่นตัวและมีความสุข

การเสนอ presentation แบบวะบิซาบิ

January 28th, 2008 § 30 comments § permalink

วันก่อนได้อ่านหนังสือ presentation zen ก็เลยคิดว่าน่าจะลองสรุปให้นักศึกษาฟัง สรุปไปสรุปมาก็ทำให้มันง่ายขึ้นไปอีก  แล้วก็ใช้แนวแบบวะบิซาบิมาผสมผสาน คือเน้นความเรียบง่ายแต่สร้างแรงบรรดาลใจเกิดความเข้าใจบนความคิดที่ว่า “น้อยคือมาก” (Less is more)

ลองอ่านดูนะครับ มันเป็นเรื่องที่รู้ๆกันอยู่แล้ว แต่ไม่ค่อยได้ทำ อ่านข้อความสั้นๆแล้วคิดจินตนาการตามก็จะเข้าใจได้ สำคัญคือความเรียบง่ายเหล่านี้ต้องนำไปสู่การปฏิบัติให้ได้ครับ

LINK ไปที่ slide ได้ที่นี่ครับ