จดหมายจาก อ. ระพีถึงพันธมิตรฯ

May 26th, 2008 § 27 comments § permalink

551000006643401.JPEG

มากดดันเทพไทไม่ให้มั่วกันเถอะ! tag: noteptai

May 25th, 2008 § 34 comments § permalink

ผมอยากเชิญชวนให้บรรดา blogger และสื่อพลเมืองทั้งหลายมาช่วยกันประจานความมั่วของนายเทพไท ที่อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพของโลกออนไลน์ไทยได้ในระยะยาว ทั้งในเรื่องเสรีภาพของสื่อและจิตวิทยาของสื่อพลเมือง อยากให้มาช่วยกันกดดันให้พรรคแสดงความรับผิดชอบถึงความมั่วดังกล่าว ไม่ให้ใครออกมาพูดมั่วๆด้วยการกล่าวหาคนอื่นในข้อหาที่เลวร้ายที่สุดอย่างนี้ได้อีกต่อไป อาจจะใช้ tag ร่วมว่า noteptai ก็ได้ อย่างน้อยก็จะได้แสดงพลังของสื่อพลเมืองออนไลน์ได้บ้าง พูดแล้วมั่ว ต้องรับผิดชอบ! ช่วยกัน blog หรือเสนออะไรประมาณนี้ หากมากพอแล้วผมจะช่วยรวบรวมผ่าน technorati หรือคล้ายๆแบบนี้ แล้วส่งไปที่พรรคประชาธิปัตย์ และสื่อมวลชน

เมื่อนายเทพไทได้แสดงความฉลาดเท่าที่มีในเส้นหยักสมองของตนออกมา โดยการแถลงข่าวเอาเรื่อง 29 เว็บหมิ่นฯ ทั้งๆที่ดูได้เลยว่าจากรายชื่อนั้นไม่ได้มีการตรวจสอบอะไรเท่าไหร่ หลายๆเว็บที่กล่าวมาไม่ได้ใกล้เคียงเข้าข่ายหมิ่นฯด้วยซ้ำ นายคนนี้เหมามั่วไปหมด เขาคงนึกว่าจะได้คะแนนจากประชาชนเพราะจนตรอกจนนึกอะไรไม่ออกแล้วเลยเล่นมุขนี้

แน่นอนว่าเขาคงได้คะแนนจากพวกคนที่งมงายและขวาจัดจำนวนหนึ่ง แต่คนปกติเมื่อเข้าเว็บเหล่านี้ก็ย่อมเห็นได้ง่ายๆว่าที่นายเทพไทกล่าวนั้นคงมีคนชงมาแบบผู้ช่วยนักการเมืองที่เปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจ แล้วตัวเองก็ไม่ได้ดูอะไร ทั้งๆที่มีเพียงไม่กี่เว็บเท่านั้นเองที่พอจะเถียงได้ว่าเข้าข่ายหมิ่นฯหรือไม่

ผมได้มีโอกาสคุยกับคนในพรรคประชาธิปัตย์อยู่บ้าง เป็นกลุ่มที่มีความหวังว่าจะปฏิรูปพรรคที่ก้าวไม่ทันโลกทั้งๆที่มีคนรุ่นใหม่เป็นหัวหน้า ผมเคยมีความหวังว่าอยากจะเข้าไปช่วยพรรคนี้ อย่างน้อยก็เรื่องยุทธศาสตร์การใช้โลกออนไลน์ในการสร้างความมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวาง อย่างน้อยก็จะได้คานๆกับพรรคลูกกรอกได้ไม่มากก็น้อย ผมเคยเกือบชวนเพื่อนๆในโลกเว็บ 2.0 ในเมืองไทยที่มีวิญญาณเสรีประชาธิปไตยมาช่วยคิดเรื่องนี้ ซึ่งน่าจะต่อยอดจากความนิยมของหัวหน้าพรรคในโลกออนไลน์ผ่าน hi5 ได้

เมื่อผมเห็นสิ่งที่นายเทพไทออกมาพูดแบบนี้ในฐานะตัวแทนพรรคฯ ผมรู้สึกโล่งใจมากที่ไม่ได้ชวนใครมาเป็นเรื่องเป็นราว ผมตกลงใจที่จะไม่ไปยุ่งกับพรรคนี้อีก ปล่อยให้ตายซากไปก็แล้วกัน

ผมรู้สึกว่าทั้งนายเทพไท นายสนธิ และนายชวลิต ต่างก็เป็นผู้ที่ไม่รักสถาบันฯทั้งสิ้น พวกเขาดึงฟ้าต่ำเพียงเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกเท่านั้น พวกเขาเรียกทุกคนที่ไม่ใช่พวกเขาว่าเป็นพวกไม่เอาสถาบัน ซ้ำยังปลุกปั่นให้คนเกลียดกันมากขึ้นเรื่อย โดยใช้เรื่องสถาบันฯซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถใช้เหตุและผลมาพูดคุยกันได้ แน่นอนเรื่องที่มีสถานะที่ไม่อาจเอ่ยถึงได้ (taboo) แบบนี้เมื่อถูกนำมาใช้สาดโคลนใส่กัน โคลนนั้นก็จะแปรสภาพกลายเป็นนำ้มันร้อน ที่พร้อมจะเผาผู้คนในชาติให้วอดวายไปเมื่อมีประกายไฟเล็กๆที่ควบคุมไม่ได้เกิดขึ้น เหมือนที่เคยเกิดมาแล้วหลายหนแต่ผู้หลงไหลในเกมของอำนาจก็ไม่เคยจำ การที่พวกเขาดึงฟ้าสูงมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ย่อมไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะทำให้ฟ้าต้องแปดเปื้อน และเกิดกลุ่มต่อต้านขึ้นมาอย่างหนีไม่พ้น

ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้ก็ย่อมเข้าแก็บไอ้หน้าเหลี่ยม มีแต่คนหลงในความโง่และความบ้า ไอ้หน้าเหลี่ยมก็สบายไป

กลับมาเรื่องประชาธิปัตย์ สิ่งที่เทพไททำอยู่ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการย้อนกลับไปสู่ประวัติอันดำมืดของพรรคในช่วงเริ่มต้น ที่หากินด้วยการสร้างความขัดแย้งของคนในชาติ โดยการดึงเอาสถาบันกษัตริย์มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ประชาธิปไตยและการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศไทย ต้องล้มลุกคลุกคลานล้มครืนไม่เป็นท่า ในช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองไม่นาน เพียงเพราะมีคนอย่า่งคึกฤทธิ์ ปราโมช ที่ให้คนไปป่าวประกาศว่า “ปรีดี ฆ่าในหลวง (ร. 8)!” ที่เหลือก็คือประวัติศาสตร์….

ผมเชื่อว่าผม และคนในวงการเว็บรุ่นใหม่ที่ต้องการเห็นประเทศไทยพัฒนาไปในแนวทางเสรีนิยมประชาธิปไตยนั้น คงเห็นว่าสิ่งที่นายเทพไทได้กระทำในฐานะตัวแทนของพรรค (เพราะไม่เห็นมีผู้ใดในพรรคจะออกมากล่าวเบรคอะไร) นั้นเป็นจุดตายของพรรคในโลกออนไลน์ เพราะนอกจากจะดึงฟ้าต่ำด้วยการประกาศความมั่วออกมาแล้ว ยังเป็นการแสดงจุดยืนของพรรคที่จะปิดกั้นเสรีภาพของสื่อที่จะนำเสนอสิ่งต่างๆในโลกออนไลน์อีกด้วย เพราะนายเทพไทไม่ดูเนื้อหาด้วยซ้ำแล้วกล่าวว่าเว็บเขาหมิ่น ถือเป็นการปิดกั้นการเจริญเติบโตของสื่อพลเมือง (citizen journalism)

เพราะคนธรรมดาก็จะเริ่มกลัวมากขึ้นเรื่อยๆที่จะเสนอความคิดความเห็นออนไลน์ เพราะกลัวว่าจะมีคนอย่างนายเทพไทมาชี้ว่าพวกเขาหมิ่นฯแล้วก็ทำให้ผู้คนจำนวนมากเกลียดพวกเขาอย่างไม่มีเหตุผล เพียงเพราะเชื่อตามคนของพรรคที่น่าเชื่อถือที่สุดพรรคหนึ่งในประเทศไทยพูดอย่างไม่รับผิดชอบ

ซ้ำร้ายยังอาจจะมีพวกขวาจัดบางคนไม่สนใจเหตุผลอะไร พอเห็นรายชื่อก็จะด่าหรือไปทำร้ายร่างกายสื่อพลเมืองเหล่่านั้น (พวกเราชาวเว็บเรียกพวกนี้ว่า “เกรียน”) เรื่องอย่างนี้มันรับไม่ได้ ถ้าพรรคไม่ออกมาแสดงความขอโทษ สิ่งที่นายเทพไทพูดก็ย่อมเหมือนเป็นความเห็นทั่วไปของคนในพรรคไดโนเสาร์อย่างงี้

ปล่อยให้โลกออนไลน์ของพรรคนี้เป็น hi5 ไปแล้วกัน ไม่ต้องมีสมอง ไม่ต้องมีคนจริง ชอบคนหล่อกันไป ก็เท่านั้น…

รสนาต่อต้านการผูกขาด เป็นพันธมิตรของเศรษฐกิจเสรี!

February 22nd, 2008 § 2 comments § permalink

เมื่อวานนี้ได้ไปตอบคำถามใน Yahoo! รู้รอบเกี่ยวกับคุณรสนา  ผู้สมัคร สว. ปัจจุบัน  มีคนถามว่าเขาเป็นใคร ซักพักก็มีพวก liberal วิชาการแต่รู้ครึ่งๆกลางๆแต่กร่างมากมาตอบทำนองว่า พี่รสนาเป็น NGO ไม่มีหลักการ ต้านอย่างเดียว ขวางทางพัฒนาเศรษฐกิจ เรียกว่าพี่เขาเป็นพวกหลักเลน แค่ที่พี่เขาต้านการแปรรูป กฟผ. ที่มีเงื่อนไขไม่ได้เข้ากับแนวทางเศรษฐกิจเสรีนิยมด้วยซ้ำ  ผมเลยเซ็งมากว่าคนที่กล้าเอาความจริงมาชนทำลายพวกโกงกิน จนศาลปกครองตัดสินออกมาว่าเป็น deal ที่ผิด แต่มีแต่พวกพูดมากไร้สมองมาเถียง ผมก็เลยหาข้อมูลมาแปะไว้ อาจจะไม่สมบูรณ์แต่ก็น่าจะชัดเจนว่าจริงๆแล้วเธอเป็นผู้ที่มีหลักการจริงๆ ไม่ใช่หลักเลน ก็เลยเอามาแปะไว้ด้านล่าง เพื่อใครสนใจครับ

แต่นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

1. การขัดขวางการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่ผิดกระบวนการ ไม่โปร่งใส และมีปัญหา เป็นการแปรรูปการผูกขาดโดยรัฐมาเป็นการผูกขาดโดยเอกชนไม่กี่รายนั้นไม่ได้เป็นการต่อต้านเศรษฐกิจเสรีเสมอไป แต่เป็นการปกป้องระบบเศรษฐกิจเสรีให้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนได้   คือต้องดูว่าเงื่อนไขต่างๆนั้นเหมาะสมตามที่ควรจะเป็นในทางทฤษฏีหรือไม่ ไม่ใช่เหมารวมกันไปหมด

2. รู้อะไรก็ควรจะมีข้อมูลมาคุยแลกเปลี่ยนกัน   ไม่ใช่ด่าชาวบ้านเขาว่าโง่ไปหมด ทั้งๆที่ตัวเองรู้แต่ทฤษฎีไม่ได้ดูเงื่อนไขรายละเอียดของสถานการณ์จริง

อ่านรายละเอียดได้ด้านล่างครับ

จาก th.answers.yahoo.com

อะวาทาร์ของ MadCat

MadCat

 

รสนา โตสิตระกูล คือใคร?

ใกล้ เลือก สว. แล้ว พักนี้เห็นป้ายผู้ลงสมัครสว. เต็มสองข้างถนนเลย แต่คนนี้ เห็นเยอะเป็นพิเศษ และที่สำคัญ “เป็นผู้หญิง” อยากรู้ว่าเธอเป็นใคร ทำอะไรมาบ้าง ใครพอรู้ช่วยตอบด้วยนะคะ

  •   อะวาทาร์ของ [Ashita]

    อะวาทาร์ของ [Ashita] by [Ashita]

  •  รสนา โตสิตระกูล
    จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

    รสนา โตสิตระกูล เป็นนักรณรงค์ด้านสุขภาพ และเพื่อผู้บริโภค มีบทบาทสำคัญในการเปิดโปงขบวนการทุจริต กรณีการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ในกระทรวงสาธารณสุข เมื่อ พ.ศ. 2541 และต่อต้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2548 ปัจจุบัน (พ.ศ. 2551) ลงรับสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2549 หมายเลข 241

    ผลงานด้านสังคม
    - เข้าร่วมโครงการพัฒนาชนบทเมื่อเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่ธรรมศาสตร์ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นแห่งปณิธานในการอุทิศตนเพื่อชาติ

    - ตรวจสอบทุจริตยา หนึ่งในแกนนำในการเคลื่อนไหวล่ารายชื่อ 50,000 รายชื่อ เพื่อยื่นตรวจสอบการทุจริตยาของกระทรวงสาธารณสุข จนเป็นเหตุให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น ถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา 15 ปี และถูกยึดทรัพย์เป็นจำนวน 233.8 ล้านบาท (รวมเวลาการเคลื่อนไหวทั้งสิ้นกว่า 6 ปี)

    - ยับยั้งการแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยื่นเรื่องต่อศาลปกครองในการยับยั้งการแปรรูปของ กฟผ. อันนำมาสู่คำสั่งเพิกถอนพระราชกฤษฎีกาแปรรูป กฟผ. ทั้ง 2 ฉบับ

    http://th.wikipedia.org/wiki/รสนา_โตสิตระกูล
    http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9490000040907

    • 1 วัน ผ่านไป
  •   อะวาทาร์ของ Kanes

    อะวาทาร์ของ Kanes by Kanes

  • เพียงแต่มีความเห็น
    เธอเป็นหนึ่งใน NGO ของหลายๆ คน
    ผลงานล่าสุดก็คือ ประท้วงการแปรรูป กฟผ.
    แล้วก็เรียกร้องให้รัฐเอา ปตท.ออกจากตลาดหุ้น
    ก็เรียกว่าได้คืบจะเอาศอก เพราะเห็นว่ายับยั้งการแปรรูป กฟผ.ได้
    ก็เลยคิดว่านี่คือความถูกต้องสำหรับฉันและคนไทย

    “ปล่าวเลยครับ” กฟผ.เป็นรัฐวิสาหกิจ โดยรัฐถือหุ้น 100%
    การแปรรูปรัฐวิสาหกิจเป็นไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
    แห่งชาติ น่าจะเป็นฉบับที่ 5 หรือ 6
    ซึ่ง ปตท. กสท. การบินไทย เขาทำแผนเสร็จก่อนก็เลยแปรไปก่อน
    ซึ่ง กฟผ. ทศท. และรัฐวิสาหกิจอื่นที่ทำกำไรได้ ก็จะต้องถูกแปร
    ในโอกาสต่อๆ ไป

    คุณรสนาฯ สามารถยับยั้งการแปรรูป กฟผ.ได้
    ไม่ทราบว่าเกิดจากผู้เกี่ยวข้อง (?????) เกลียดทักษิณใช่หรือไม่
    ถึงปล่อยให้เกิดอนาธิปไตยในบ้านเมืองโดยผ่านสถาบันของท่าน
    โดยที่ท่านมิได้คำนึงถึงความถูกต้องและนโยบายของประเทศ
    ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
    ถ้าสำนักแผนฯ ทำไม่ถูกต้องก็เสนอยุบเสียเลยก็หมดเรื่องไป
    เรื่องแบบนี้ทำเพื่อหลักการหรือหลักกู

    โดยส่วนตัวผมเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง ที่มีผลขาดทุนทุกปี
    ผมต้องไม่อยากให้มีการแปรรูปแน่ แต่ไม่สามารถต่อต้านได้
    เพราะเราคำนึงถึงความถูกต้อง ซึ่งแนวความคิดการแปรรูป
    มิได้เกิดในสมัยคุณชวน (แปรรูป กสท.โทรคมนาคมและไปรษณีย์)
    มิได้เกิดในสมัยคุณทักษิณ (แปรรูป กฟผ. ทศท.)
    แต่เกิดในสมัยนายกที่มองไม่เห็นมือ เอ้ย… พูดผิด
    การกล่าวแบบนี้ก็ไม่ได้ว่าเกลียดคุณรสนาฯ
    เพียงแต่มีความคิดเห็นในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง
    ซึ่งยึดหลักการ ไม่ใช่หลักปักเลน ใช้ไม่ได้
    เกรงว่าผู้ตั้งคำถามจะไม่เข้าใจ เรื่องหลักการ และหลักปักเลน
    ดูตัวอย่าง โครงการโฮปเวลล์ นั่นเป็นไร
    ถ้ายึดหลักการ วันนี้ประเทศไทยคงไม่ต้องพูดถึง logistic กันอีก
    เข้าใจแล้วนะ… ผมไม่เลือกคุณรสนาฯ แน่ๆ …ขอบอก

———— คำตอบของผมมีดังต่อไปนี้

ตะกี้เห็นมีคำตอบประมาณว่าการแปรรูปรัฐวิสาหกิจเป็นแนวทางที่ถูกต้องเสมอ ถ้าคุณรสนาแย้งและยังเป็น NGO อีก ก็แปลว่าคุณรสนาไม่ยึดหลักเศรษฐกิจเสรี และต่อต้านแผนพัฒนาเศรษฐกิจ

 

เลยอยากจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้ในกรณีการยับยั้งการแปรรูปรัฐวิสาหกิจไว้ซักเล็กน้อยครับ

 

หากฟังคำสัมภาษณ์ของคุณรสนาอย่างดีแล้ว คุณรสนากล่าวสนับสนุนการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ แต่ปัญหาก็คือต้องเปิดเสรีอย่างเป็นระบบ มีกลไกดูแล ตรวจสอบ และไม่ผูกขาด  ในกรณีการแปรรูป กฟผ. นั้นกระทำขึ้นโดยขาดกลไกตรวจสอบที่โปร่งใส  เป็นการแปรรูปการผูกขาดโดยรัฐไปเป็นการผูกขาดโดยเอกชนไม่กี่ราย โดยมีเงื่อนไขการผูกขาดการลงทุนจากประชาชนหรือนักทลงทุนทั่วไปอยู่อย่างมาก ซึ่ง ปตท. เองก็เป็นผู้ได้ประโยชน์โดยตรง 

 

และ กฟผ. ยังใช้สถานะการผูกขาดของตนมาสร้างกลไกการประกันกำไรที่ราว 8 % โดยหากขาดทุนหรือมีต้นทุนเพิ่มขึ้นก็จะไปขึ้นเอากับผู้บริโภค  ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือการนำเอาโบนัสของพนักงานไปไว้ใน cost structure แทนที่จะอยู่ในกำไรจากต้นทุนตามหลักปฏิบัติทั่วไป   แน่นอนว่าหากปล่อยให้เงื่อนไขการผูกขาดดังกล่าวดำรงอยู่แล้วเข้าไปในตลาดหลักทรัพย์  ย่อมนำไปสู่ market distortion ขนาดใหญ่ในตลาด และย่อมไม่ได้นำไปสู่การเปิดเสรีที่ถูกต้องแต่อย่างใด   โครงสร้างทุน (capital structure) ของ กฟฝ. นั้นกำไรแปรผันตรงกับขนาดการลงทุนในขณะที่ผลกำไรถูกกำหนดด้วยการประกันเอาไว้ ดังนั้นก็ย่อมทำให้เกิดแรงจูงใจ (incentives) ที่มุ่งเน้นการลงทุนขนาดใหญ่  ละเลย และปฏิเสธการพัฒนาระบบพลังงานทดแทนซึ่งลงทุนถูกกว่า  

 

ดังจะเห็นได้จากการที่ กฟฝ. ทำนายอัตราการใช้พลังงานของประเทศที่สูงกว่าค่าจริงเสมอมานับสิบๆปี จนนำไปสู่การใช้ข้อมูลที่บิดเบือนเหล่านี้ในการพิจารณาและอนุมัติแผนการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซึ่งใช้เงินลงทุนสูงอีกด้วย  

 

เงื่อนไขที่เลวร้ายต่อระบอบเศรษฐกิจเสรีนิยมในลักษณะนี้ย่อมไม่สามารถปล่อยให้เข้าไปสู่ระบบตลาดเงินตลาดทุนของประเทศได ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ผูกพันว่าจะไม่เปลี่ยนแม้จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ไปแล้ว  อันจะทำให้ผลประโยชน์ของชาติอยู่ในมือของนายทุนขนาดใหญ่ไม่กี่รายในลักษณะผูกขาด และกลายเป็นกลไกถาวรที่จะผลักภาระมาสู่ผู้บริโภคทั่วไปอย่างผมและคุณในที่สุด 

 

และเป็นการปิดกั้นการเปิดเสรีทางพลังงานของไทยอย่างยั่งยืนอีกด้วย  นี้ผมยังไม่ได้พูดถึงกรณีความชอบมาพากลอีกหลายกรณีของผู้หลักผู้ใหญ่ที่เกี่ยวกับ deal นี้นะครับ 

 

ผมจึงขอร้องให้ผู้ที่อาจจะด่วนสรุปเร็วเกินไปทั้งหลายว่าคุณรสนาเป็นพวกซ้ายจัดหรือพวกต้านทุกเรื่อง  ได้พิจารณาจากข้อมูลทั้งหลายว่าแท้จริงแล้วคุณรสนานั้นช่วยให้เกิดระบบเศรษฐกิจเสรีที่มีประสิทธิภาพมีธรรมาภิบาล ซึ่งย่อมนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในอนาคต   คุณรสนาต่อต้านการผูกขาดโดยเฉพาะการแปรรูปการผูกขาดจากภาครัฐไปสู่การผูกขาดภาคเอกชนที่จะเกิดขึ้นหากเงื่อนไขการ privatize เดิมทำได้สำเร็จครับ 

 

ที่สำคัญก็คือการที่มีคนที่มีความคิดที่ชัดเจน มีตรรกะที่แข็งแรง และมีความกล้าอย่างคุณรสนานั้น ทำให้เกิดการให้ input กับศาลปกครองซึ่งใช้ทั้งหลักกฏหมายและเศรษฐศาสตร์มาร่วมพิจารณาแล้วเกิดข้อสรุปว่าเป็น deal ที่ผิดจึงเกิดการถอนออกไปในที่สุด  ไม่ใช่คุณรสนาสรุปเอาเองนะครับ ช่วงนั้นมีนักเศรษฐศาสตร์หลายท่าน โดยเฉพาะที่เป็น neoclassic ด้วยซ้ำที่ออกมาร่วมให้ข้อมูล และร่วมอยู่ในกระบวนการพิจารณาครับ   

 

ระบอบเสรีนิยมทางเศรษฐกิจจะอยู่ได้อย่างยั่งยืนก็ต้องบนหลักของความโปร่งใส ถูกต้อง ไม่ใช่ความมั่ว หรือการเหมาว่าใครต้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจนะครับก็ถือว่าไม่ใช่พวก liberal ไปเสียหมดนะครับ  การปกป้องประโยชน์ของคนส่วนใหญ่เป็นเรื่องสำคัญนะครับ หากใครทำอย่างงี้แล้วโดนด่าหมด อีกหน่อยก็คงไม่มีใครออกมาทำอะไรดีๆมั้งครับ 

 

ผมว่าก่อนจะหาว่าพี่เขายึดหลักเลนไม่ใช่หลักการก็น่าจะดูให้ชัดทั้งในเชิงทฤษฏีและเงื่อนไขในสถานการณ์จริงด้วยนะครับ  อย่าลืมว่าศาลปกครองคงไม่ออกคำส่งมั่วๆแน่ครับ 

 

ดังนั้นกรณี กฟผ. จึงไม่ใ่ช่เรื่องการขวางการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ แต่เป็นการตรวจสอบและดำเนินการกับการแปรรูปที่ไม่มีกระบวนการที่ถูกต้องครับ 

 

ส่วนกรณี ปตท. นั้นอาจจะต้องใช้จินตนาการบ้างครับ  คือหากไม่สามารถจัดการกับรัฐวิสาหกรรมที่กำไรแสนล้านบนการพลักภาระให้ผู้บริโภคทั้งๆที่ไม่ได้มีหน้าที่ maximize profit  เงื่อนไขตลาดทุนอาจจะเป็นวิธีการหนึ่งที่น่าจะมองดูครับ ลองดูงานวิชาการที่ link ด้านล่างครับ คุณรสนาอาจจะมีหลักการมากกว่าที่หลายท่านคิดครับ

 

ส่วนเรื่องแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯนั้นผมจะไม่ขอกล่าวถึงนอกจากอยากจะบอกว่าผลเชิงลบของแผนนั้นไม่น้อยนะครับ และแผนฯเองก็คงต้องการให้เกิดการแปรรูปที่กระทำอย่่างถูกต้องครับ

 

ผมเชื่อว่าคนอย่างคุณรสนาจะทำหน้าที่ สว. ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างดี อย่่างที่ผลงานของคุณรสนาที่มีมาโดยตลอดแม้จะไม่ได้มีตำแหน่งอะไร    ผมเชื่อว่าการต่อต้านการโกงกินและความไม่ถูกต้องนั้น หากได้คืบแล้วต้องเอาศอกครับ ไม่งั้นประเทศก็คงจะโดนกินตลอดตัวแน่นอน

 

ผมเชื่อว่าผู้ตั้งคำถามเข้าใจอยู่แล้วละครับว่าหลักการต่างกับหลักเลนอย่างไร ไม่น่าต้องเป็นห่วงนะครับ

 

รายละเอียดเพื่อศึกษาเพิ่มเติม

ประเด็น กฟผ.

โครงสร้างกิจการไฟฟ้า โครงสร้างราคาค่าไฟฟ้า และแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (PDP)
http://www.palangthai.org/docs/ElecStructureTariffPDP25.12.07.ppt

ธรรมาภิบาลกิจการไฟฟ้าในประเทศไทย: ตัวชี้วัดเพื่อรังสรรค์การปฏิบัติที่เป็นเลิศ และส่งเสริมระบบการรับผิดต่อสาธารณะ
http://www.palangthai.org/docs/EGTfinalreport.pdf

ประเด็น ปตท.

หมวก” ของรัฐ ผลกระทบ และบทเรียนของคดี ปตท.
http://www.fringer.org/wp-content/writings/state-hats-ptt.pdf

การปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลปกครอง คดี ปตท. แนวทางและผลกระทบ
http://www.palangthai.org/docs/PTTverdictTUseminar9.1.08.ppt

Wish-list ระบบนิเวศเน็ตไทยเพื่อปฏิวัติความรู้

January 29th, 2008 § 42 comments § permalink

ช่วงนี้ TRN กำลังคิดวางแผนว่าปีนี้จะมีแนวทางการหนุนเสริมเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการแสวงหาและพัฒนาความรู้ที่หลากหลายอย่างไร  อยากชวนคนอื่นคิดด้วยว่าปีนี้เราอยากให้เกิดอะไรขึ้นบ้างในโลกออนไลน์ไทย เบื้องต้นที่ TRN ได้แนวๆคร่าวๆ แบ่งเป็น Ecosystem layers คล้ายๆในหนังสือ the wealth of networks ดังนี้

Physical layer

  • Alternative Public Wifi Network ก็เริ่มมีแนวคิดอย่าง FON ที่น่าจะเริ่มกันได้เลย
  • พยายามให้อะไรคล้ายๆ One Laptop Per Child หรือคล้ายๆกันของ Intel ให้เกิดขึ้นใช้จริงในโรงเรียนไทย
  • Thai Resilient Internet Plan มาช่วยกันวางแผนว่าทำอย่างไรเน็ตไทยถึงจะมีความต้านทาน หรือ resilient กับการแทรกแซงของอำนาจเผด็จการทุกชนิด  เช่นมาดูว่าต้องใช้ท่อไหนต่อไปไหนหากมีกรณีการปฏิวัติในอนาคตและคราวนี้เขาจะปิดเน็ต

Meta layer

  • หนุน Thai Wikipedia และชุมชนแลกเปลี่ยนความรู้อื่นๆเช่น วิชาการ.com หรือ gotoknow.org
  • Aggregator engine คล้ายๆ answers.com
  • Thai Technorati เพื่อเชื่อมโยง จัดการ และกระจายfeed ต่างๆจากทั่วประเทศ + Public Ping Server
  • Creative Commons Thai Porting  & Promotion เพื่อเสริมเรื่องลิขสิทธิ์การแลกเปลี่ยนของกันออนไลน์ ตอนนี้ธรรมนิติทำจะเสร็จแล้ว จะมาช่วยกัน promote อย่างไรดี
  • Thai OpenID ใช้ username/password share กัน อันนี้ mk เคยเสนอไว้
  • OpenCare ผลักดันให้เป็นระบบกลางภาคประชาชนในการเชื่อมโยงและจัดการข้อมูลเกี่ยวกับภาวะวิกฤต

Content layer

  • Thai bloggers – new media directory & online portal  เชื่อมโยงเครือข่าย blogger ไทยให้หากันเจอ และให้คนภายนอกหางานเขียน หรือ video podcast ดีๆเจอ
  • Thai Open Base ฐานความรู้เปิดที่ให้ทุกคน up file ที่เกี่ยวข้องกับความรู้อะไรรูปแบบไหนก็ได้เป็น open knowledge repository
  • ผลักดัน Open Courseware ในเมืองไทยให้เกิดตัวอย่างจริงๆจังๆทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและโรงเรียน
  • Open creative media repository ที่ใช้ creative commons คล้ายๆ fuse.in.th ให้มีมากขึ้นๆ
  • Thai TED Talk เป็นที่รวมวิดิโอของคนสุดยอดหรืออะไรที่น่าสนใจมากๆออนไลน์ที่เกี่ยวกับเมืองไทยหรือคนไทยควรจะรู้
  • ระบบข้อมูลทางการเมืองที่เปิดใช้ประชาชนเข้าถึงได้ เข้าใจง่าย และมีส่วนร่วมได้ เช่น politicalbase.in.th
  • ทำสรุปconcept สำคัญๆ เช่น  long-tail, wikinomics, massive collaboration ฯลฯ ให้คนทั่วไปเข้าใจได้ทั้งเป็นหนังสือและ online

Social movement support layer

  • พยายามจัดตั้งอะไรคล้ายๆ Electronic Frontier Foundation ในเมืองไทย เพื่อหนุนเสริมและปกป้องโลกออนไลน์ของไทยให้มีเสรีภาพบนฐานความรับผิดชอบ  มีการดูแลต่างๆเช่นกรณี blogger ถูกฟ้อง
  • จัดตั้ง Micro Social Venture Capital ที่ลงทุนด้านต่างๆที่กล่าวมากับองค์กรที่ทำประโยชน์ให้สังคมแต่สร้างรายได้อยู่ได้ด้วยตัวเอง
  • ผลักดันให้เกิดเครือข่าย citizen journalism ของแท้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว สามารถกลายเป็น alternative media platform แทนสื่อกระแสหลักได้บ้าง   บางส่วนอาจจะทำให้อยู่ได้เลยคล้ายๆ nowpublic.com
  • หนุนให้เกิดการเจอกันของคนในวงการเว็บใหม่ๆ เช่น YouFEST และ BarCamp

ขอความเห็นหน่อยนะครับ

Towards open source democracy?

December 25th, 2007 § 27 comments § permalink

TRN was co-founding a political database website www.politicalbase.in.th which was launched last week in Beta. The site is being developed and own by Siam Intelligence Unit, the new young blood think tank in Bangkok. We hope that it will be a small step towards a more transparent, more open source democratic process in Thailand empowering by the Internet. The site was developed using WikiMedia engine to allow broad-base contribution in the future. The site was inspired by www.politicalbase.com beyond that, the concept of Open Source Democracy can be founded and downloaded as free PDF at the DEMOS website.

Here is what Bangkok Post, a local English newspapers, was covering the story.
(original at http://www.bangkokpost.com/election2007/231207/election_231207_06.htm )

Want to knowall about Thailand’s politicians?

New database has the answers

By Achara Ashayagachat

A group of young professionals have launched the first online database containing everything you want to know about Thai politicians and political parties. Project leader Charoenchai Chaipiboolwong, of the Siam Intelligence Unit, said the Thailand Political Base website (www.politicalbase.in.th) would become one of the practical tools for people to monitor political figures as well as check on backgrounds and policy platforms of political parties.The initiative was based on an idea that information is the key for ”quality politics”, he said.

”It is the people who have to stand up to protect their own interests and they can do so if they have information. When they get the information, they can share it with their colleagues and friends or create a small network to exchange this useful data,” said Mr Charoenchai, a businessman at a security firm who teamed up with his economics graduate friends from Chulalongkorn University.

Thanee Chaiwat, an economics lecturer at Chulalongkorn University’s Centre for the Development of Policy Studies, said political parties fielding candidates in today’s election had come up with similar policies, so voters need to check the backgrounds of each candidate to help them make the right decision.

The website, which is still in a fledgling stage, is sponsored by the Friedrich Naumann Foundation, the Siam Intelligence Unit and Social Innovation Design.

Kan Yuenyong, another team member, said the website is expected to operate like the free encyclopaedia Wikipedia where internet users can get reliable information on certain topics.

The website now contains brief histories of about 40 prominent politicians such as Thaksin Shinawatra, Samak Sundaravej, Abhisit Vejjajiva and Chuan Leekpai.

It also has lists of cabinet members of previous governments, the 2007 constitution, facts about the Sept 19 coup and laws passed by the National Legislative Assembly.