โยนิโสมนสิการสีแดง

April 14th, 2010 § 0

จากวาทะกรรม “โยนิโสมนสิการสีแดง” ของผู้กำกับรักแห่งสยาม http://tinyurl.com/y3qez98

Comment ของผมคือ

ส่วนตัวผมคิดว่าไม่เป็นโยนิโสมนสิการเลย ผมเห็นด้วยกับเรื่องความเห็น แก่ตัวของชนชั้นกลาง แต่ไม่เข้าใจว่าตรรกะตรงไหนมัน link ว่าเห็นใจคนจนต้องหนุนเสื้อแดง

แล้วข้อเรียกร้องเดียวคือยุบสภา มันจะช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ หรือไม่เป็นเครื่องมือชนชั้นสูงใหม่ (นายทุนใหม่ทั้งส่วนกลาง และนายทุนท้องถิ่น) ได้ยังไง ? ไม่เข้าใจว่าเหลืองหรือแดงหรือรัฐจะต่างกันในเรื่องอำนาจนิยมยังไง? สงสัยว่าหากเพื่อไทยขึ้นแล้วภราดรภาพในใจทุกคนมันจะกลายเป็นความเป็นจริง ขึ้นมาได้ไง
อ่าน จนจบก็ยังงงว่ามัน โยนิโสมนสิการตรงไหน? ด่าว่าชนชั้นกลางว่าเขลา แต่ชาวบ้านที่โดนชักจูงมาโดย สส. และแกนนำที่เป็นหนึ่งในเหตุปัจจัย ไปสู่ความตายดังกล่าวเหมือนจะ ละไว้ไม่พูด ไม่คิดถึง ละไว้ในฐานที่ (ไม่อยาก) เข้าใจ ?

ช่วงนี้เพื่อนปัญญาชนที่ผมรู้จักต่างออกแนวนี้เยอะเลย อยากเข้าใจวิธีคิดพวกเขาให้มากกว่า นี้นะคือถ้าไล่ไปตามเหตุตามผลในการ เขียนก็รู้สึกว่าเริ่มดีแต่ กลับสรุปได้แบบ ไม่มีความแข็งแรงของเหตุผลนะ

เหมือนกลับไป อ่านยุคที่คนด่าว่าระบบ ทุนนิยม หรือเสรีนิยมประชาธิปไตยว่าคือ ที่มาของความเหลื่อมล้ำเลวร้ายทั้งปวง ทางออกเดียวคือสังคมนิยม ตอนวิเคราะห์หลักการปัญหาทำได้ดี แต่ตอนสรุปมันมั่วซะงั้น

อันนี้พูดจากความรู้สึกจริงๆ ไม่ได้เกรียน

ผมรู้สึกว่าการพูดจาโน้มน้าวใจ ใช้อารมณ์ความรู้สึกจากความสงสารความทุกข์ทรมาณของประชาชนรายได้น้อยมาสร้างความชอบธรรมสีแดง

ทำให้ ชนชั้นกลายกลายเป็นดุจมาร ร้ายไป แถมใช้ศัพท์ธรรมะได้อย่างแนบ เนียน แล้วกลับมีบทสรุปที่ขาดความชัดเจน ทางเหตุผลจนสิ้นกระบวนความ

อีก ยังเป็นคนดังที่มีิอิทธิพลกับวัยรุ่นมาก อย่างนี้มันน่ากลัวมากๆ

เป็นโยนิโสมนสิการแบบข้างเดียวแบบแคบมากๆ พูดถึงความรุนแรงด้านเดียว ไม่เห็นความรุนแรงทุกๆด้านจากทุกฝ่ายว่าเป็นปัญหาเช่นกัน และเหตุปัจจัยต่างๆของปัญหานี้ที่ซับซ้อนมหาศาล

ลองดูความหมายของ โยนิโส มนสิการ (wiki) ที่ว่าหมายถึง การทำในใจให้แยบคาย กล่าวคือ การพิจารณาอย่างรอบคอบถี่ถ้วน แต่สิ่งที่เสื้อแดงที่เขาเห็น ด้วยไม่เห็นจะใช้อหิงสา (ไม่เบียดเบียน) มีศีล (อยู่ในระเบียบวินัย) ซึ่งจะนำไปสู่ปัญญาได้เลย …

คือเป็นโยนิโสมนสิการแบบโรแมนติก มากว่าใช้เหตุผลครบถ้วนรอบด้านแยบคายนะ

เฮ้อ… ขอโทษที่เขียนยาวๆนะครับ

Note on Jungian Active Imagination

March 5th, 2010 § 0

Just quickly finished reading Von Franz’s accounts on Active Imagination Techniques based on C.G. Jung.

Objectives:

1. Learning, hearing, understanding the unconscious content.

2. Influencing unconscious elements.

3. Develop deep relationship with the unconscious in bringing changes in personality much more intensively compared to Dream Analysis method.

Cautions:

1. Dangerous , possible neurosis. as Jung called it something like ‘voluntary neurosis’.

2. Differ from other imagination & day dreaming methods. Focus on working with emerging unconscious symbols and contents.

Stages:

1. Clear up the ego mind, of conscious thoughts and images.

2. Allow unconscious content to emerge, could use previous dream content or archetypal images as triggers. The important thing is to take these content seriously rather than pure fantasy in order to form working relationship with the unconscious. Allow the content to develop spontaneously.

3. Bring those content through material stage, i.e. writing, painting, dancing and other art or creative forms. The trick is to act without forcing , or to allow the movement without striving conscious interventions. Also not to massively elaborate the content nor spending too little time on it, the point is to learn the content deeply.

4. Morally confront those content and learn from them as important psychic messages and content rather than senseless or wishful fantasy. Look for development, meanings and even psycho-somatic symptoms.

Repeat.

#NOTE: thinking that this method can be used as ways to sense situations and its deep meanings, in gaining insights for innovation design as well.

Where Am I?

You are currently browsing the psychology category at Dream Infection.