เมื่อวานไปสอนเรื่อง collective intelligence ให้เด็กเห็นว่าโลกของเน็ตกับโลกของธรรมชาติที่เป็น bottom-up self-organization มันเหมือนกันขนาดไหน โจทย์จริงๆคือถ้าคนส่วนใหญ่ไม่ต้องฉลาดมากแต่เมื่อรวมกันเป็นพฤติกรรมฉลาดโคตรนั้นจะทำได้อย่างไรโดยไม่ต้องพึ่งผู้มีบารมีหรือพระสยามเทวาธิราช ?
Load the slides below:
collectiveintelligence101.pdf
วันนี้ได้มีโอกาสกินข้าวเย็นคุยกับเก่งและคนทำงานใน google สองคนที่รับผิดชอบภูมิภาคแถวนี้… เขาดูง่วงกันพอควรเพราะเห็นว่าเครื่องเพิ่ง landed เมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว คุยไปคุยมาหลายเรื่อง.. แต่ที่สนใจที่สุดคือ gap minder ซึ่งก็เป็น tool ใหม่ที่ google เพิ่งไป acquired มา เป็นเครื่องมือทำ data visualization ที่ interactive เหมาะกับการนำเสนอข้อมูลที่ซับซ้อนมาทำใหเข้าใจง่าย เช่นอัตราการตายเมื่อเทียบกับการเจริญทางเศรษฐกิจระหว่างหลายประเทศ หรือจังหวัด ซึ่งน่าจะเกิดประโยชน์มากกับการสื่อสารเพื่อให้เกิดผลเชิงนโยบาย ผมเคยเขียนเรื่องนี้ไว้ที่ blog เดิมสนใจคลิกอ่านได้ที่นี่เขาว่าตอนนี้ที่ google head office ทางเข้าจะมี gap minder โชว์หราอยู่ คนที่ google ก็เลยรู้เรื่องนี้กันทั่วไป สิ่งที่น่าสนใจก็คือการนำข้อมูลสำคัญๆ เช่นข้อมูลสุขภาพคนไทยจากกระทรวงสาธารณสุขหรือ สสส. มานำเสนอ แบ่งตามจังหวัด แล้วเอาไปให้ที่ประชุมผู้ว่าดู รับรองว่าเกิดผลสุดๆแน่ เช่นการแข่งขันของแต่ละจังหวัดเรื่องการตายจากเอดส์ หรือแม้แต่ข้อมูลไข้หวัดนก อย่างไรก็ตามเขาว่าจะ connect ให้เพราะทางทีมที่ทำ gap minder คงอยากได้ dataset จากประเทศกำลังพัฒนาเพื่อเอาไปทดลองดู หวังว่าคงจะได้ทำอะไรเรื่องนี้ในอนาคตอันใกล้เขาว่าสิ่งที่เขาสนใจคือเรื่องของ content ในไทย ก็เลยชวนเขาว่าหากจะทำ google books / google scholars นั้นเรายินดีจะลองช่วยกันหา partner ที่สนใจในเมืองไทย เพื่อให้ฐานข้อมูลความรู้ งานวิจัย และหนังสือสำคัญๆเข้าถึงได้โดยคนทั่วไป ซึ่งอย่างไร TRN ก็คงต้องทำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะทำกับใคร แต่หากมี technology partner ที่มีประสบการณ์มาแล้วก็คงจะดี
มีคนถามว่าตกลงโลกร้อน แก็ซเรือนกระจก และปัญหาโอโซนเกี่ยวกันอย่างไร เป็นเรื่องงงๆของหลายคน
หาไปหามาก็ถึงบางอ้อที่…
http://www.ratical.org/ratville/ozoneDepletion.html
เขาสรุปว่าความสัมพันธ์ระหว่างโอโซนและ green house gas เป็นดังนี้
1. ตอนแรกเราเข้าใจว่า CFC หรือสารเคมีประเภทนี้จะทำลายโอโซนเป็นหลัก
2. การค้นพบช่วงหลังๆพบว่านอกจากสารเคมีแล้ว การเปลี่ยนแปลงของโอโซนยังเชื่อมโยงกับอุณหภูมิด้วย กล่าวคือยิ่งอุณหภูมิผิวโลกร้อนขึ้นในสภาวะเรือนกระจก ก็จะทำให้ OZone ลดลงเท่านั้น
3. สาเหตุเพราะอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นในก็าซเรือนกระจกนั้นเกาะตัวในบรรยากาศชั้นล่างที่เรียกว่า troposphere จึงทำให้บรรยากาศชั้นนี้ร้อนขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ stratosphere ซึ่งเป็นบรรยากาศโลกชั้นบนกลับจะเย็นขึ้นเรื่อยๆเพราะความร้อน ไม่เคลื่อนออกจาก troposphere ไปสู่ stratosphere แล้วออกไปอวกาศเหมือนเมื่อก่อน เพราะความร้อนไปติดอยู่ที่ชั้น troposphere เสียก่อนแล้ว
4. อุณหภูมิที่หนาวขึ้นในชั้น stratosphere ทำให้ Ozone ไม่เสถียรและสลายตัวมากขึ้นๆ ทำให้เป็นรูมากขึ้น ไม่สามารถพื้นตัวได้แม้ CFC จะลดน้อยลง
5. ยิ่งโลกร้อน คนก็จะได้รับผลจาก UV radiation ทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็ง และมีปัญหาเกี่ยวกับความอ่อนแอของภูมิต้านทานต่อโรคติดต่อ ฯลฯ มากขึ้นๆ ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพอีกร้อยพันก็จะตามมา (คลิกที่นี่เพื่อดูเอกสารเกี่ยวกับ ozone depletion and its effect)
- สุนิตย์ 4-1-08