January 24th, 2009 § § permalink
APPLICATION DEADLINE: 15 Feb 09SEACEM, ChangeFusion and Freevoice are proud to accept applications for “ASEAN E-Media Startups Competition” with the goal of identifying talented e-media startups in ASEAN that innovatively bring independent news & views with financial sustainability in order to significantly enhance freedom of expression, openness and political & economic liberty in the region. The finalists will be invited to the capacity building workshop to sharpen their business plans, the output of the workshop will be rated and the winners will receive incubation supports as well as USD 10,000 equity-like loan for seed/startup fund per venture.
Who’s eligible
● Internet-based independent media startups in ASEAN focusing with mininum 6 months of existence.
● Demonstrating measurable and scalable social social impact.
● Example; News site, bloggers network, video podcasting and other innovative models using new media tools such as twitter and feeds.
Key Selection Criteria
● Innovativeness
● Social impact
● Financial sustainability
● Scalability
● Ethics
Please submit your short online application form no later than 15 Feb 2009 by clicking here , successful applications will be asked to submit more information at the later stage.
May 7th, 2008 § § permalink
หากใครอยากเห็นองค์กรนวัตกรรมแบบใหม่ๆ ที่ก้าวพ้นขั้วตรงข้ามแห่งธุรกิจและNGOไปได้นั้น มีเรื่องน่าสนใจดังนี้ครับ
เมื่อไม่นานมานี้ มีการจัดงานซึ่งนำผู้ประกอบการเพื่อสังคมรุ่นใหม่ (young social entrepreneurs) ของไทยที่ TRN Institute พยายามสนับสนุนอยูู่
(โดยเฉพาะในวงด้าน Internet-based social enterprises ตั้งแต่กลุ่มทำเว็บให้องค์กรด้านสังคม ทำ podcast ในประเด็นด้านสังคม ทำ e-commerce ให้ชาวบ้าน ฯลฯ)
พวกผู้ประกอบการรุ่นใหม่ดังกล่าวนี้ได้จัดกิจกรรม Mini-boot camp ร่วมกับนักศึกษาจากสถาบัน KaosPilot ซึ่งคล้ายๆเป็น MBA ของคนที่ต้องการจะตั้งธุรกิจใหม่ๆที่เป็นนวัตกรรมทางสังคมจากยุโรป นอกจากนั้นก็ยังมีขาแจมอีกมาก เช่น bact’ และนักทำหนังสั้นจากอังกฤษ ฯลฯ
งานที่ว่าจัดขึ้นโดย TRN Institute ที่ The World Bank Bangkok โดยความร่วมมืออย่างดีของ the world bank youth club
งานนี้ทำให้คนที่อยากสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคมแต่ต้องอยู่ได้อย่างยั่งยืนได้โดยการสร้างรายได้นั้นได้เจอกัน ได้แลกเปลี่ยนไอเดียบรรเจิดมากมาย และได้แลกเปลี่ยนความคิดที่แตกต่างข้ามโลก (East meets West) กันเลยทีเดียว
ติดตามรายระเอียดของงาน และ video clip ที่ตัดโดย Thoth media (duocore.tv) ได้ที่ (เป็นภาษาอังกฤษครับ แต่เน้นภาพ)
http://changehack.com/?p=7
คิดว่าน่าจะมีโอกาสจัดอะไรคล้ายๆอย่างงี้อีกในอนาคต ใครสนใจก็ mail มาบอกแล้วกันครับ
April 29th, 2008 § § permalink
สิ่งที่เมืองไทยไม่เคยขาดคือคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเรื่องศิลปะ การเขียน การสื่อสาร การทำหนังสั้น การทำกราฟิิค การเต้นร่วมสมัย และคนในกลุ่มนี้จำนวนหนึ่งก็มักจะมีความสนใจประเด็นทางสังคมอย่างมาก ปัญหาก็คือคนกลุ่มนี้มักจะสามารถทำอะไรให้สังคมได้อยู่พักสั้นๆ เช่น ทำเคมเปญในประเด็นเช่นโลกร้อน ซึ่งอาจจะน่าสนใจ และสำเร็จมาก แต่สุดท้ายพวกเขาก็จะไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างยั่งยืนได้ และต้องแยกย้ายกันไปทำสิ่งอื่นๆเพื่อความอยู่รอด
ผมเชื่อว่าหนึ่งในทางออกของประเด็นนี้ก็คือสิ่งที่เรียกว่าการประกอบการเพื่อสังคม (social enterprising) คือการตั้งองค์กรไม่ว่าจะเป็นธุรกิจหรือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรก็ตาม แต่จะมีภารกิจหลักในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาโอกาสเพื่อสังคม แต่จะเน้นว่าจะต้องสร้างรายได้เองทางใดทางหนึ่ง ไม่ใช่หวังทุนให้เปล่าแต่อย่างเดียว
ตัวอย่างที่น่าสนใจของกิจการเพื่อสังคมของ creative artist รุ่นใหม่ก็คือองค์กรที่เรียกว่า Idea!s Creative ที่ฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ 5 คนที่ทำงาน ad agency ได้ประมาณสองปีแล้วลาออกมาร่วมกันตั้งองค์กรที่ทำหน้าที่ออกแบบและจัดการการสื่อสาร (design & communication management) ให้กับองค์กรด้านสังคม พวกเขาเชื่อว่างานด้านสังคมยังขาดการนำเสนออย่างน่าสนใจ ขาดความแปลกใหม่ ทำให้ประเด็นสำคัญๆในสังคมที่องค์กรสาธารณะประโยชน์ต่างๆทำอาจจะไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร
Idea!s Creative มีลูกค้าตั้งแต่ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) และแผนก CSR (งานด้านความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคม) ของบริษัทใหญ่ๆซึ่งสามารถจ่ายได้มากไปจนถึงกลุ่ม NGO เล็กๆที่อาจจะไม่มีเงินจ้างพวกเขาแต่มีประเด็นทางสังคมที่น่าสนใจ พวกเขาทำตั้งแต่เว็บไซต์ หนังสือ แผ่นพับ ไปจนถึงวิดีโออนิเมชั่นให้กับลูกค้า และได้รับความนิยมมาก ภายในปีแรกพวกเขาสามารถทำรายได้รวมเกือบหนึ่งล้านบาท ซึ่งทำให้พวกเขาเริ่มที่จะอยู่ได้อย่างยั่งยืนและกำลังขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง
ในประเทศไทยเองก็เริ่มมีองค์กรคนรุ่นใหม่อายุยังเลขสองอยู่ เช่น Thoth Media ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายการ Duocore.tv ซึ่งเป็นทีวีออนไลน์แบบกวนๆแนวๆในโลกของไอที แต่พวกเขาไม่ได้ทำแค่นั้น แต่ยังนำความสามารถกวนๆอย่างมีสาระของพวกเขานั้นไปสร้างคลิปรณรงค์ (viral clips) ให้กับหน่วยงานด้านสังคมต่างๆ
โดยมีเป้าหมายที่จะสื่อสารประเด็นที่สำคัญแต่เข้าใจยาก ให้กลายเป็นคลิปวิดีโอที่เข้าใจง่ายๆ น่าสนใจ ขำๆกวนๆ พวกเขาได้ทำคลิปรณรงค์ทั้งเรื่องเกี่ยวกับ safe sex ไปจนถึงการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง หรือสหประชาชาติ ซึ่งคลิปเหล่านี้มีคนมาดูนับแสนครั้ง ทำให้พวกเขาสามารถหารายได้ในระดับหนึ่ง และยังสามารถไปทำอะไรที่พวกเขาและเพื่อนๆสนใจ เช่นในช่วงเลือกตั้ง ส.ว. พวกเขาได้เป็นอาสาสมัครทำเว็บ fanrosana.com ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครรายหนึ่งที่พวกเขาชื่นชอบ ในรูปแบบที่เน้นคลิปสั้นๆ กระชับ น่าสนใจ ซึ่งย่อมจะเป็นก้าวเล็กๆของสื่อทางเลือกอิสระที่จะค่อยๆมีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงสังคมไทย
ตัวอย่างเพิ่มเติมงาน thoth media
http://www.youtube.com/watch?v=OIBRv7GLNAM
http://www.youtube.com/watch?v=XlxyJ9nndYc
รูปแบบการประกอบกิจการเพื่อสังคมของคนที่มีความสามารถทางศิลป์อันหลากหลายและสนใจประเด็นทางสังคมนี้ จะเป็นทางออกที่ยั่งยืนทางหนึ่งทั้งสำคัญอาชีพการงานของพวกเขา และอาจเป็นทางออกของประเทศซึ่งถูกสื่อกระแสหลักครอบงำและเต็มไปด้วยความคับแคบทางความคิดนี้ไปพร้อมๆกันอีกด้วย
April 20th, 2008 § § permalink
Mozilla เป็นองค์กรที่เป็นผู้พัฒนา Firefox ซึ่งมีผู้โหลดไปใช้กว่า 500 ล้านครั้ง มีส่วนแบ่งตลาด Browser อยู่สิบกว่าเปอร์เซ็นต์และเกิดจากการทำตลาดของกลุ่มผู้ใช้เองเป็นหลัก ผมเชื่อว่า Firefox ดีกว่า Internet Explorer ของ Microsoft หลายเท่า แต่ firefox เป็น Open Source ซึ่งมี code ที่เปิดและทุกๆคนสามารถเข้ามาร่วมพัฒนาได้ เป็นสิ่งแรกที่ทำลายการผูกขาดของ Microsoft ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่มหัศจรรย์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเป้าหมายขององค์กรที่ต้องการจะพลักดันให้อินเทอร์เน็ตเป็นพื้นที่เปิดและเสรี
Mitchell Baker ประธาน Mozilla ได้ไปพูดไว้ที่ Stanford Technology Ventures Program เกี่ยวกับประวัติของ Mozilla project ตั้งแต่สมัยยังอยู่กับ Netscape ไป AOL จนมาถึงปัจจุบัน และได้สรุปบทเรียนสำคัญๆไว้อย่างน่าสนใจ ผมเลยถือโอกาสสรุป (อีกแล้ว) มาตามด้านล่างครับ อาจจะไม่ครบทั้งหมด แต่ก็คงพอใช้ได้ (ไม่ใช่รูปคนข้างๆนี้นะครับ รูปข้างๆเป็นผู้ใช้ที่ร่วม campaign spreadfirefox แหะ แหะ)
Download podcast ได้ที่ http://edcorner.stanford.edu/authorMaterialInfo.html?mid=1683
1. Open source project จะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อมีกลุ่มคนที่เกาะติดอย่างต่อเนื่องยาวนาน
เธอบอกว่าเบื้องหลังโครงการ open source ใดๆจะต้องมีคนที่เกาะติดยาวนานเสมอ คนพวกนี้อาจจะเปลี่ยนงานประจำไปเป็นสิบครั้ง แต่ก็ยังร่วมพัฒนา open source project นั้นๆอยู่ คือมีความตั้งใจและติดตามอย่่างต่อเนื่อง การจัดการความสัมพันธ์ของคนในโครงการที่ีมาจากทั่วสารทิศในโลกออนไลน์นั้นจึงสำคัญมากๆว่าทำอย่างไรจึงจะเกิดคนกลุ่มดังกล่่าวขึ้น
2. สร้างให้ผู้ใช้ที่เป็นคนธรรมดาใช้ได้อย่างง่ายได้ประโยชน์ ไม่ใช่สร้างให้ geek ใช้
เธอบอกว่าตอนแรกมีปัญหาว่าสร้างอะไรขึ้นมาก็จะเน้นตามโลกของ geek / engineer / programmer ไปหมด ซึ่งก็ย่อมไม่ “โดน” สำหรับคนทั่วไป แม้แต่หน้าแรกของ firefox เองเดิมก็ออกแนว geek แต่สุดท้ายก็ต้องปรับให้มันง่ายที่สุด ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ที่สุด ต้องไม่ลืมข้อนี้เด็ดขาด
3. ไม่ปฏิเสธการหารายได้
หลายๆคนเข้าใจผิดว่า open source ต้องแปลว่าทำเงินไม่ได้โดยเด็ดขาด แต่จริงๆแล้วหากคุณทำโครงการ open source อย่างจริงจัง เป็นองค์กรขึ้นมาก็ย่อมต้องมีค่าใช้จ่าย จึงจำเป็นต้้องหารายได้ให้ได้ทางใดทางหนึ่ง ซึ่ง mozilla เองก็ได้ผ่าน Firefox (AdSense) แต่ต้องไม่ใช่เป้าหมายหลัก เพราะหากสามารถสร้างสิ่งที่เยี่ยมที่สุดสำหรับผู้ใช้ได้ การสร้างรายได้ก็ย่อมจะทำได้ไม่ยาก
4. เลือกวิธีหารายได้ที่ไม่ทำให้ผู้ใช้หนีไป
สำคัญก็คือต้องไม่สร้างรายได้ด้วยอะไรที่จะทำให้ผู้ใช้เบื่อ รำคาญ หรือเป็นการไม่เหมาะสม เช่นการขายพื้นที่จุดนั้นจุดนี้ หรือขาย bookmark บน firefox ซึ่งย่อมขายง่าย ได้เงินเยอะ แต่อาจจะนำไปสู่ความรู้สึกที่ไม่พอใจของผู้ใช้ได้ในที่สุด
5. ให้สิทธิในการตัดสินใจกับกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาจากภายนอก (Delegate authorities) แล้วพวกเขาจะลงทุนด้วยเวลาและกำลังอย่างเต็มที่
หากต้องการการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่จากคนภายนอก จะต้องให้สิทธิในการตัดสินใจในประเด็นต่างๆกับผู้นำของชุมชนนั้นๆเป็นส่วนๆ (modular authorities) ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่เช่นนั้นก็ย่อมไม่มีใครรู้สึกว่าอยากจะทุ่มเทกับโครงการ
6. ทำการตลาดด้วยหลักการ open source
หลักการเดียวของการพัฒนา software แบบ open source ก็เอามาใช้กับการทำการตลาดได้ ก็คือชักชวนขยายชุมชนที่อยากจะมาร่วมกันทำตลาดให้โครงการ โดยมีการให้สิทธิในการตัดสินใจ สิทธิในการพูด และเครื่องมือ เอกสาร พื้นฐานที่จำเป็น เช่น campaign บนอินเทอร์เน็ตอย่าง spreadfirefox.com ซึ่งผู้ใช้สร้างเครื่องมือพื้นฐานและพื้นที่ซึ่งให้ผู้ใช้คนอื่นๆสามารถไปชักชวนคนอื่นมาใช้ firefox กันได้อย่างเป็นระบบและขยายตัวเสมือนเป็นไวรัส
และ ในกรณีโฆษณา Firefox ใน New York Times ที่มีผู้ใช้หลายพันคนมาช่วยกันลงแขกซื้อ Ad แล้วก็มีรายชื่อพวกเขาอยู่ใน Ad เลย
March 13th, 2008 § § permalink
วันนี้ได้คุยในวงกระทรวงวัฒนธรรมเกี่ยวกับเรื่องการประเมินสถานการณ์เกมส์คอมพิวเตอร์ในสังคมไทย ก็เลยได้มีโอกาสคิดว่าปีนี้ TRN กับ สสส. และภาคีจะช่วยกันหนุนเสริมเรื่องเกมส์ดีๆอย่างไร
ประเด็น: ต้องการพัฒนาให้เกิดขึ้นจริงๆก็คือการพัฒนาองค์กรคนรุ่นใหม่ที่ผลิตเกมส์เพื่อสังคมได้อย่างยั่งยืน โดยการสร้างเครือข่ายตลาดเกมส์เพื่อสังคมสิ่งแวดล้อม คล้ายๆกลุ่ม serious game developers ในต่างประเทศที่พัฒนาเกมส์เช่น foodforce ที่ให้ผู้เล่นสามารถสวมบทบาทในการปฏิภารกิจต่างๆ เช่นการใช้เฮลิคอปเตอร์ไปส่งอาหารให้คนยากจนในพื้นที่เสี่ยงต่างๆของ World Food Programme และ PeaceMaker ซึ่งให้ผู้เล่นมีโอกาสที่จะพยายามแก้ปัญหาระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์
ความท้าทาย:
1. เมืองไทยมีการส่งเสริม การประกวด เกมส์ต่างๆมากมาย แต่ยังขาดการต่อยอด โดยเฉพาะในกลุ่มที่ชนะการประกวดต่างๆ สุดท้ายก็ไม่สามารถทำอะไรต่อได้ ต้องเข้าไปในบริษัทใหญ่ๆเช่นเดิม ไม่สามารถพัฒนาเกมส์ตามความสนใจได้
2. การบริโภคเกมส์ของตลาดก็จะเป็นการเน้นเกมส์ต่างประเทศ เช่น เกาหลี และจีน เกมส์ที่ผลิตเองก็มีปัญหาต่างๆ เช่น เกมส์กล่องก็จะเจอปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ (piracy) เกมส์ออนไลน์ก็ยังไม่ค่อยมีตัวอย่างมากนัก
โอกาส:
การปรับโมเดลทางธุรกิจของผู้ผลิตเกมส์เพื่อสังคม เพื่อให้สอดคล้องและใช้โอกาสพิเศษด้านสังคมที่ผู้ผลิตเกมส์ปกติไม่มี โดยสำหรับการพัฒนากิจการเพื่อสังคม (social enterprise)
1. การหาผู้สนใจสนับสนุนการสร้างเกมส์ประเด็นสังคมในลักษณะ wholesale sponsor
ซึ่งน่าจะสามารถสร้างตลาดหรือพืิ้นที่เชื่อมโยงผู้สนใจสนับสนุนและผู้ผลิตได้ โดยจะต้องทำในลักษณะที่
- เข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อ ผู้สปอนเซอร์ โดยเฉพาะในระดับสถาบันหรือองค์กรขนาดใหญ่ ทั้งของรัฐ องค์กรอิสระ องค์กรประชาสังคมที่มี่ทุน และส่วน CSR ของภาคธุรกิจ
- เข้าถึงผู้ผลิตที่มีคุณภาพและอยากผลิตเกมส์ที่มีประเด็นด้านสังคม
- มีผู้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงทั้งผู้สนับสนุนและผู้ผลิต เป็นตัวกลางบริหารความน่าเชื่อถือ โดยเป็นผู้พัฒนาความร่วมมือ การติดตามประเมินผลแต่ละ deal ที่เกิดขึ้น
2. การหาผู้สนับสนุนรายย่อย (retail sponsor)
- การเข้าถึงผู้สนับสนุนรายย่อยที่มีความสนใจประเด็นด้านสังคม
- การแก้ปัญหาเรื่องขนาดและการกระจาย เช่น ผ่านการสร้างความร่วมมือในช่องทางการกระจายเกมส์แบบใหม่ๆซึ่งมีขนาดใหญ่มากพอ เช่น การเปิดตลาดการกระจายเกมส์เพื่อสังคมไปยังโรงเรียน หน่วยงานระดับพื้นที่ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ เครือข่าย wifi สาธารณะ ซึ่งจะทำให้ช่องทาง (outlet) มีขนาดใหญ่จนสามารถดึงดูดผู้สนับสนุนรายย่อย (retail sponsors) โดยอาจมีการใช้กลไกแรงจูใจมาเสริม เช่นการแบ่งรายได้กับร้านเกมส์เน็ตคาเฟ่
3. การพัฒนากลไกเฉพาะเพื่อสนับสนุนธุรกิจเกมส์เพื่อสังคม
- การเชื่อมโยงกับกลไกกองทุนร่วมลงทุน (VC Funds) ทั้งที่ One Assets, SME Bank ทำอยู่ แต่ต้องมีการบริหารจัดการและพัฒนา deal ร่วมกับ คือต้องมีคนทำหน้าที่หา deal และพัฒนาให้ตรงกับ Investment criteria หรือเกณฑ์การลงทุน (Investment banking function) ไม่งั้นก็จะเข้าไม่ถึง
- การร่วมมือกับต่างชาติในเชิงวัฒนธรรม เพื่อจัดตั้งกองทุนในลักษณะเฉพาะ เช่น EU Fund, Media Development Loan Fund, Cultural fund
- การจัดระบบการเก็บภาษีวัฒนธรรม โดยเอาเงินจากสื่อเสี่ยงมาหนุนสื่อดี เช่นแนวทางที่เยอรมันเริ่มพัฒนาระบบภาษีที่คิดมลพิษทางวัฒนธรรมในลักษณะใกล้เคียงกับสิ่งแวดล้อม ส่วนนี้อาจจะใช้เวลานานกว่าจะสำเร็จ แต่หากสำเร็จก็ย่อมจะสามารถเกิดผลมหาศาลได้