Oxfam GB & financial sustainability

Screen Shot 2556-05-28 at 8.14.13 PM

Oxfam GB’s charity shops trading income in 2012 was 89.9 million GBP from ~700 shops, regular giving 54.3 million GBP from ~425,348 people. If all institutional donors stop their funding, Oxfam will somehow survive. This is important for sustainability of the mission and organization. This is something we should learn.

ในปี 2012 Oxfam GB มีรายได้จากร้านบริจาคของมือสอง (charity shops) ราว 700 แห่งกว่า 89.9 ล้านปอนด์ และได้รับการบริจาคอย่างต่อเนื่อง (รายเดือน/ปี) จากคน 425,348 คน จำนวน 54.3 ล้านปอนด์ ดังนั้นแม้หากแหล่งทุนที่เป็นองค์กรเลิกให้ทุนสนับสนุน oxfam ทั้งหมด เขาก็ยังจะอยู่ได้ ทำให้มีความยั่งยืนในเชิงพันธกิจและองค์กร สิ่งนี้เป็นสิ่งที่องค์กรเพื่อสังคมควรเรียนรู้อย่างยิ่ง ประเทศไทยเราจะมีองค์กรทางสังคมที่มีรายได้จากการแบ่งปันและการช่วยเหลือกันในสังคมจากประชาชนธรรมดาที่เติบโตได้ในลักษณะนี้ได้บ้างหรือไม่ เป็นกองทุนเพื่อสังคมที่ไม่ต้องพึ่งเงินจากภาครัฐ ไร้ความเสี่ยงที่จะโดนแทรกแซงจากการเมือง จริงๆตอนนี้ก็เริ่มมีกระแสลักษณะนี้เช่นร้านปันกัน หรือที่มูลนิธิกระจกเงาก็มีบริการลักษณะนี้ หวังว่าวันหนึ่งจะเติบโตได้อย่างยิ่งใหญ่ และมั่นคง แต่ความน่าสนใจคือความตั้งใจในเรื่องการขยายขนาดตั้งแต่ต้น (scalability) ที่ตั้งใจจะขยายเป็นร้อยสาขาตั้งแต่ต้น ความกล้าและความบ้านี้เมืองไทยยังขาดอยู่

Thai social enterprise validity debate

I was really depressed listening to an ex-biz person who was lecturing many prominent people on the demise of social enterprises in Thailand… and I could not really counter his argument as there is no chance to even speak.

His argument goes

(1) In his long life, there aren’t any Thai social enterprise that make profit.

(2) Social enterprise investment, therefore, will only result in net loss, big or small.

(3) In the past, Thai SME and EXIM banks, among many other institutions, gave massive loans to social enterprises, they turn out to be total NPL, he is also a board of one of such institution, dealing with such mess he didn’t even want to touch about it.

(4) Even those successful social enterprise cases around the world are so unique that they aren’t even replicable into Thai or any other country context.

I hope I could just forget about these massive attacks on social enterprise, but I really can’t, I’m both too emotionally related to the issue, and the person sits on various boards that we will run into in trying to spread social enterprise movement in Thailand.

In fact, I found his argument quite challenging and important to be addressed with properly, so such narrow minded and confusing argument will not see the light of days, ever again.

This, of course, might be just a definition problem, where wrong definition leads to so many errors. But the person actually understood basic definition and still made those claims.

We’re thinking about writing a newspaper article on this or come up with short paper on this. We really need help on finding solid data to disprove those arguments; such as performance data on Thai social enterprises, replicable success models globally, exact amount of loan given to social enterprises from these big Thai financial institutions (or more precisely how they are not giving out any loan). If you have some, please share it with me and anyone who believe in social enterprise in Thailand. If you want to co-write about this, or create an informal event to talk about this (with solid data), let’s do it.

Of course, I’m not a total fanatic about social enterprise, it will not solve all the world problems, but it is important issue and should not to be dismissed so easily.

SUNIT

การพัฒนากิจการเกมส์เพื่อสังคมไทย

วันนี้ได้คุยในวงกระทรวงวัฒนธรรมเกี่ยวกับเรื่องการประเมินสถานการณ์เกมส์คอมพิวเตอร์ในสังคมไทย  ก็เลยได้มีโอกาสคิดว่าปีนี้ TRN กับ สสส. และภาคีจะช่วยกันหนุนเสริมเรื่องเกมส์ดีๆอย่างไร

ประเด็น: ต้องการพัฒนาให้เกิดขึ้นจริงๆก็คือการพัฒนาองค์กรคนรุ่นใหม่ที่ผลิตเกมส์เพื่อสังคมได้อย่างยั่งยืน  โดยการสร้างเครือข่ายตลาดเกมส์เพื่อสังคมสิ่งแวดล้อม คล้ายๆกลุ่ม serious game developers ในต่างประเทศที่พัฒนาเกมส์เช่น foodforce ที่ให้ผู้เล่นสามารถสวมบทบาทในการปฏิภารกิจต่างๆ เช่นการใช้เฮลิคอปเตอร์ไปส่งอาหารให้คนยากจนในพื้นที่เสี่ยงต่างๆของ World Food Programme และ PeaceMaker ซึ่งให้ผู้เล่นมีโอกาสที่จะพยายามแก้ปัญหาระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์

ความท้าทาย:
1. เมืองไทยมีการส่งเสริม การประกวด เกมส์ต่างๆมากมาย แต่ยังขาดการต่อยอด โดยเฉพาะในกลุ่มที่ชนะการประกวดต่างๆ สุดท้ายก็ไม่สามารถทำอะไรต่อได้ ต้องเข้าไปในบริษัทใหญ่ๆเช่นเดิม ไม่สามารถพัฒนาเกมส์ตามความสนใจได้
2. การบริโภคเกมส์ของตลาดก็จะเป็นการเน้นเกมส์ต่างประเทศ เช่น เกาหลี และจีน  เกมส์ที่ผลิตเองก็มีปัญหาต่างๆ เช่น เกมส์กล่องก็จะเจอปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ (piracy) เกมส์ออนไลน์ก็ยังไม่ค่อยมีตัวอย่างมากนัก

โอกาส:

การปรับโมเดลทางธุรกิจของผู้ผลิตเกมส์เพื่อสังคม เพื่อให้สอดคล้องและใช้โอกาสพิเศษด้านสังคมที่ผู้ผลิตเกมส์ปกติไม่มี  โดยสำหรับการพัฒนากิจการเพื่อสังคม (social enterprise)

1. การหาผู้สนใจสนับสนุนการสร้างเกมส์ประเด็นสังคมในลักษณะ wholesale sponsor
ซึ่งน่าจะสามารถสร้างตลาดหรือพืิ้นที่เชื่อมโยงผู้สนใจสนับสนุนและผู้ผลิตได้ โดยจะต้องทำในลักษณะที่
- เข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อ ผู้สปอนเซอร์ โดยเฉพาะในระดับสถาบันหรือองค์กรขนาดใหญ่ ทั้งของรัฐ องค์กรอิสระ องค์กรประชาสังคมที่มี่ทุน  และส่วน CSR ของภาคธุรกิจ
- เข้าถึงผู้ผลิตที่มีคุณภาพและอยากผลิตเกมส์ที่มีประเด็นด้านสังคม
- มีผู้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงทั้งผู้สนับสนุนและผู้ผลิต  เป็นตัวกลางบริหารความน่าเชื่อถือ โดยเป็นผู้พัฒนาความร่วมมือ การติดตามประเมินผลแต่ละ deal ที่เกิดขึ้น

2. การหาผู้สนับสนุนรายย่อย (retail sponsor)
- การเข้าถึงผู้สนับสนุนรายย่อยที่มีความสนใจประเด็นด้านสังคม
- การแก้ปัญหาเรื่องขนาดและการกระจาย เช่น ผ่านการสร้างความร่วมมือในช่องทางการกระจายเกมส์แบบใหม่ๆซึ่งมีขนาดใหญ่มากพอ  เช่น การเปิดตลาดการกระจายเกมส์เพื่อสังคมไปยังโรงเรียน  หน่วยงานระดับพื้นที่ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ เครือข่าย wifi สาธารณะ ซึ่งจะทำให้ช่องทาง (outlet) มีขนาดใหญ่จนสามารถดึงดูดผู้สนับสนุนรายย่อย (retail sponsors)  โดยอาจมีการใช้กลไกแรงจูใจมาเสริม เช่นการแบ่งรายได้กับร้านเกมส์เน็ตคาเฟ่

3. การพัฒนากลไกเฉพาะเพื่อสนับสนุนธุรกิจเกมส์เพื่อสังคม
- การเชื่อมโยงกับกลไกกองทุนร่วมลงทุน (VC Funds) ทั้งที่ One Assets, SME Bank ทำอยู่ แต่ต้องมีการบริหารจัดการและพัฒนา deal ร่วมกับ คือต้องมีคนทำหน้าที่หา deal และพัฒนาให้ตรงกับ Investment criteria หรือเกณฑ์การลงทุน (Investment banking function)   ไม่งั้นก็จะเข้าไม่ถึง
- การร่วมมือกับต่างชาติในเชิงวัฒนธรรม เพื่อจัดตั้งกองทุนในลักษณะเฉพาะ เช่น EU Fund, Media Development Loan Fund, Cultural fund
- การจัดระบบการเก็บภาษีวัฒนธรรม โดยเอาเงินจากสื่อเสี่ยงมาหนุนสื่อดี  เช่นแนวทางที่เยอรมันเริ่มพัฒนาระบบภาษีที่คิดมลพิษทางวัฒนธรรมในลักษณะใกล้เคียงกับสิ่งแวดล้อม ส่วนนี้อาจจะใช้เวลานานกว่าจะสำเร็จ แต่หากสำเร็จก็ย่อมจะสามารถเกิดผลมหาศาลได้